คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5434/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาเช่าช่วงโดยที่ผู้ให้เช่าช่วงยังไม่ได้ผิดสัญญา ถือว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อสัญญาเช่าช่วงไม่มีผลผูกพันเนื่องจากไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ผู้ให้เช่าช่วงต้องคืนเงินที่ได้รับจากผู้เช่าช่วงไปก่อนตามหลักการกลับคืนสู่ฐานะเดิม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทำสัญญาเช่าช่วงอาคารจากจำเลยทั้งสอง และตกลงจะไปจดทะเบียนการเช่าช่วงโดยทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการในการที่จะจดทะเบียนการเช่าช่วงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และได้กำหนดวันที่จะจดทะเบียนการเช่าช่วงแล้ว เป็นการที่จำเลยได้ปฏิบัติตามสัญญาไปแล้วทุกประการ การที่จำเลยที่ 1 ถูกผู้ให้เช่าเดิมฟ้องขับไล่ออกจากทรัพย์ที่เช่าและศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ และผู้ให้เช่าเดิมได้คัดค้านการให้เช่าช่วงนั้น ไม่อาจจะถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาแต่ประการใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ 1 การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ
เงินที่จำเลยที่ 1 รับจากโจทก์ในวันทำสัญญาเป็นส่วนหนึ่งของเงินค่าตอบแทนการที่จำเลยที่ 1 ให้เช่าช่วง เมื่อมิได้มีการจดทะเบียนการเช่าช่วงกัน จำเลยที่ 1ก็ไม่มีสิทธิอันใดที่จะได้เงินค่าตอบแทนจากโจทก์ ชอบที่จะให้โจทก์กลับคืนสู่ฐานะเดิมตามนัย-แห่ง ป.พ.พ. มาตรา 391 จำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินนั้นให้แก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทวิทยาคม จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวะเมตตรัย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิเวศน์ คำผอง · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมพล สัตยาอภิธาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา