⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 379/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ แม้กฎหมายจะห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม ศาลอุทธรณ์ย่อมวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงได้ และจำเลยย่อมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ * สัญญาเช่าที่เกิดขึ้นภายหลังสัญญาเช่าเดิมสิ้นสุดลง เป็นสัญญาเช่าธรรมดา ไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษ * การส่งค่าเช่าภายหลังการบอกเลิกสัญญาแล้ว ไม่ทำให้สัญญาที่ถูกบอกเลิกกลับมีผลผูกพันคู่สัญญา

ย่อคำพิพากษา

คดีฟ้องขับไล่ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เมื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีได้รับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยให้ จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ จำเลยช่วยออกเงินค่าก่อสร้างให้แก่โจทก์และโจทก์ยอมให้จำเลยเช่ามีกำหนด 6 ปีนั้น เป็นสัญญาต่างตอบแทนเมื่อหมดอายุสัญญาเช่านั้นแล้ว จำเลยได้เช่าต่อมาสัญญาเช่าใหม่นี้เป็นสัญญาเช่าธรรมดา หาใช่สัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษนอกเหนือจากสัญญาเช่าไม่ จำเลยส่งค่าเช่าไปชำระภายหลังโจทก์บอกเลิกไปแล้วหาทำให้สัญญาที่โจทก์บอกเลิกไปแล้วมีผลให้ต้องผูกพันโจทก์แต่ประการใดไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑,๐๕๐ บาท กับค่าเสียหายต่อไปเดือนละ ๓๐๐ บาท จนกว่าจำเลยจะออกจากห้องเช่า จำเลยต่อสู้ว่าได้ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน และจำเลยได้ออกเงินช่วยค่าก่อสร้าง จำเลยชำระค่าเช่าแต่โจทก์ไม่ยอมรับ ศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญาเช่าสิ้นสุดแล้วและจำเลยได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่าแล้ว จำเลยเสียเงินกินเปล่าให้โจทก์ ไม่ใช่เงินช่วยค่าก่อสร้าง ห้องพิพาทใช้ประกอบการค้าไม่เป็นเคหะอันจะได้รับความคุ้มครอง พิพากษาขับไล่ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณารับรองให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ห้องพิพาทเดิมเป็นห้องไม้ บิดาจำเลยได้เช่าอยู่มาก่อน เมื่อบิดาจำเลยถึงแก่กรรมจำเลยเช่าต่อมา ประมาณ๑๑ ปีมานี้โจทก์ได้รื้อห้องพิพาทแล้วสร้างเป็นตึกแถวแทน จำเลยได้ช่วยเงินค่าก่อสร้างให้โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท โจทก์ตกลงให้จำเลยเช่ามีกำหนด ๖ ปี เป็นการตอบแทนที่จำเลยช่วยเงินค่าก่อสร้างเมื่อครบ๖ ปีแล้ว จำเลยได้เช่าอยู่ต่อมาอีก ๕ ปี โดยเสียเงินกินเปล่าให้โจทก์อีก ๑๕,๐๐๐ บาท ครบกำหนดอายุสัญญาเช่าแล้ว โจทก์จึงบอกเลิกการเช่ากับจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าที่โจทก์ยอมให้จำเลยเช่า ๖ ปี เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยช่วยเงินค่าก่อสร้างนั้น เป็นสัญญาต่างตอบแทนแต่สัญญาต่างตอบแทนได้สิ้นอายุลงไปแล้ว ส่วนสัญญาเช่าต่อมานั้นเป็นสัญญาเช่าธรรมดา หาใช่สัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษนอกเหนือจากสัญญาเช่าไม่ ฉะนั้น ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาต่างตอบแทนยังผูกพันโจทก์อยู่จึงฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่าทนายโจทก์ได้รับเงินค่าเช่าของจำเลยไว้แล้ว จึงถือว่าสิทธิการเช่าของจำเลยยังมีอยู่นั้นได้ความว่าโจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยเมื่อสัญญาครบกำหนดแล้วการที่จำเลยส่งค่าเช่าไปชำระภายหลังโจทก์บอกเลิกการเช่านั้น หาทำให้สัญญาที่โจทก์บอกเลิกไปแล้วมีผลให้ต้องผูกพันโจทก์แต่ประการใดไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2511 นางมุ้ย ลือพานิช โจทก์ นายจั้งเซ้ง แซ่โง้ว ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมุ้ย ลือพานิช · ล. - นายจั้งเซ้ง แซ่โง้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · โพยม เลขยานนท์ · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสนับ คัมภีรยส · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพรรณ อยู่เกษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 142/2492ฎีกา 1798/2506ฎีกา 591/2531ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2812/2539ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1030/2509ฎีกา 763/2484ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 1036/2506ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1002/2509ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา