⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1030/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1030/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีที่มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน แม้จะมีคำขอให้ขับไล่รวมอยู่ด้วย ก็ถือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าจำเลยบุกรุก ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นจำเลย ดังนี้ เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แม้จะมีคำขอให้ขับไล่รวมอยู่ด้วย ก็เป็นเพียงผลต่อเนื่องในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่พิพาทเท่านั้น ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่ว่าที่พิพาทเป็นของใคร จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคดีมีคำขออันไม่มีทุนทรัพย์แยกกันได้จากคำขอที่เป็นทุนทรัพย์ เมื่อศาอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและที่พิพาทมีราคาไม่เกิน 5,000 บาท คู่ความจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงมิได้(อ้างคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 568/2504) คดีก่อน โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดก คดีหลังโจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินที่ได้มาจากคดีก่อนเป็นคนละประเด็นไม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยต่อสู้ในศาลชั้นต้นว่า ฟ้องเคลือบคลุม แต่มิได้ยกขึ้นอ้างในชั้นศาลอุทธรณ์ ดังนี้ จะมาอ้างในชั้นศาลฎีกามิได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ปลูกเรือนรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยเจตนาแย่งกรรมสิทธิ์ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยรื้อเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยคดีโจทก์ขาดอายุความ เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแดงที่ ๑๐๑/๒๔๙๙ และฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ คดีไม่ขาดอายุความ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และฟ้องไม่เคลือบคลุม จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย และคดีขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและว่าคดีขาดอายุความ ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำและเคลือบคลุม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และที่พิพาทมีราคา ๓,๐๐๐ บาท แม้จะมีคำขอให้ขับไล่จำเลยและให้รื้อเรือนออกไปจากที่พิพาทรวมอยู่ด้วย ก็ต้องพิจารณาว่าคำขอนั้นแยกจากกันได้หรือไม่ คดีนี้ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่ว่าที่พิพาทเป็นของใคร ส่วนคำขอให้ขับไล่และรื้อเรือนเป็นเพียงผลต่อเนื่องในเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทเท่านั้น เรียกไม่ได้ว่าเป็นคดีมีคำขออันไม่มีทุนทรัพย์แยกกันได้จากคำขอที่เป็นทุนทรัพย์ ถือได้ว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์อย่างเดียว เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ตามแนวคำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ๕๖๘/๒๕๐๔ ศาลฎีกาฟังว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความและคดีของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะคดีแดงที่ ๑๐๑/๒๔๙๙ โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลย แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่พิพาทที่โจทก์ได้รับมาจากคดีก่อนเป็นคนละประเด็น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าฟ้องเคลือบคลุมนั้น จำเลยมิได้ยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวในชั้นศาลอุทธรณ์ จึงจะยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1030/2509 นางแม้ว เหมทานนท์ ที่ 1 นายเจริญ นาคเอียด ที่ 2 โจทก์ นายจ่าง บุญขวัญ ที่ 1 นางละม้าย บุญขวัญ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความ1 - นางแม้ว เหมทานนท์ ที่ · โจทก์ - นายเจริญ นาคเอียด ที่ 2 · 1 - นายจ่าง บุญขวัญ ที่ · จำเลย - นางละม้าย บุญขวัญ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - นายดำรง อุณหวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 891/2510ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 226/2532ฎีกา 497/2539ฎีกา 6196/2537ฎีกา 459/2546ฎีกา 7600/2544ฎีกา 582/2510ฎีกา 1632/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา