⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 888/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิในสัญญาเช่าที่คู่สัญญาฝ่ายเดียวเป็นผู้เช่า แม้จะต่ออายุสัญญาในช่วงสมรส ก็ไม่ทำให้คู่สมรสอีกฝ่ายกลายเป็นผู้เช่าร่วมตามสัญญา และไม่อาจใช้สิทธิตามสัญญาเช่าได้.

ย่อคำพิพากษา

ห้องซึ่งโจทก์เช่ามาก่อนสมรสกับจำเลย แม้จะต่ออายุสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากัน ก็ยังมีชื่อโจทก์เป็นผู้เช่าฝ่ายเดียว ไม่ทำให้จำเลยกลายเป็นผู้เช่าด้วย แม้สิทธิตามสัญญาเช่าอาจมีราคาและถือเอาได้ เป็นทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาซึ่งเมื่อหย่ากันอาจมีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างกันได้ แต่ทรัพย์สินนี้เป็นสิทธิตามสัญญาซึ่งจำเลยไม่ใช่คู่สัญญา จำเลยย่อมไม่อาจอ้างว่า จำเลยมีสิทธิตามสัญญาที่จะได้รับการชำระหนี้ คือ การเข้าอยู่ในห้องเช่า หากจำเลยจะมีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งทรัพย์สินประการใด ก็เป็นปัญหาในการแบ่งทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับการที่จำเลยจะอยู่ในห้องพิพาท อันเป็นสิทธิตามสัญญาเช่าซึ่งโจทก์เป็นคู่สัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.99 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1462 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1512 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1513

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทซึ่งโจทก์เช่าอ้างว่าจำเลยอาศัย จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยเข้าอยู่ในห้องพิพาทในฐานะภริยาโจทก์โดยโจทก์สัญญาให้จำเลยมีสิทธิปกครองห้องพิพาทและทรัพย์สินและดูแลบุตร ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความรับกันว่า โจทก์เช่าห้องพิพาทมาก่อนจำเลยเข้าอยู่ขณะนี้จำเลยครอบครองห้องพิพาท โจทก์ไม่ได้อยู่ราว๑ ปี โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันแต่หย่าขาดจากกันตามคำพิพากษาแล้วมีบุตรด้วยกัน ๒ คน ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้วพิพากษาว่า เมื่อจำเลยหย่าขาดกับโจทก์แล้ว ก็ไม่มีสิทธิอยู่ในห้องพิพาทซึ่งโจทก์เช่า ให้ขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานในข้อที่ว่า โจทก์ยังมีสิทธิในห้องพิพาทแต่ผู้เดียวหรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ต่อสัญญาเช่าติดต่อกันมา สิทธิการเช่าจึงเป็นทรัพย์สินของโจทก์แต่ผู้เดียวเมื่อหย่ากันแล้ว โจทก์ไม่ให้จำเลยอยู่ได้ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้การเช่าห้องพิพาทจะได้มีการต่อสัญญากันใหม่ระหว่างที่โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันแล้วก็ตาม แต่ก็ยังถือตามสัญญาเดิมที่มีชื่อโจทก์เป็นผู้เช่าฝ่ายเดียว ไม่ทำให้จำเลยกลายเป็นผู้เช่าด้วย แม้สิทธิตามสัญญาเช่าอาจมีราคาและถือเอาได้เป็นทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อหย่ากันอาจมีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างกันได้ก็ตาม ทรัพย์สินอันนี้ก็เป็นสิทธิตามสัญญา ซึ่งคนอื่นนอกจากคู่สัญญาจะเข้าไปมีสิทธิตามสัญญาด้วยไม่ได้โจทก์เป็นผู้เช่าตามสัญญา จำเลยไม่ใช่คู่สัญญา จึงไม่อาจอ้างว่าจำเลยมีสิทธิตามสัญญาที่จะได้รับการชำระหนี้ คือ การเข้าอยู่ในห้องเช่า หากจำเลยจะมีส่วนเรียกร้องให้แบ่งทรัพย์สินรายนี้ เช่นให้โอนสิทธิการเช่าตามสัญญามาเป็นของจำเลยบางส่วน หรือให้แบ่งแยกเป็นอย่างอื่นได้ประการใดและโดยวิธีใดหรือไม่นั้น เป็นปัญหาในการแบ่งทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับการที่จำเลยจะอยู่ในห้องพิพาทอันเป็นสิทธิตามสัญญาเช่าที่โจทก์ผู้เดียวเป็นคู่สัญญา ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2511 นายชิน วานิชสวัสดิ์ โจทก์ นางชาลินี วานิชสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชิน วานิชสวัสดิ์ · จำเลย - นางชาลินี วานิชสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นานสหัส ดิลกแพทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท สุคนธมาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 249/2495ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 734/2516ฎีกา 767/2518ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 392-393/2488ฎีกา 4193/2530ฎีกา 2241/2521ฎีกา 933/2496ฎีกา 639/2499ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 6239/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 1052/2509ฎีกา 3785/2545ฎีกา 993/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา