⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1052/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สินสมรสที่เกิดขึ้นก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ใช้บังคับ ให้บังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมียที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ซึ่งสามีไม่มีสิทธิในสินสมรส

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นสามีภริยากันก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 สิทธิในสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เมื่อโจทก์ได้จำเลยที่ 1 เป็นสามีโจทก์ไม่มีสินเดิม ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย โจทก์ไม่มีสิทธิจะได้ส่วนแบ่งในสินสมรส (อ้างฎีกาที่ 326/2479) เมื่อฟังว่านาพิพาทเป็นสินเดิมของจำเลยที่ 1 และแม้หากจะฟังว่าเรือนและครัวซึ่งปลูกอยู่บนนาพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิจะได้ส่วนแบ่งในสินสมรส จำเลยที่ 1 ก็มีอำนาจขายนาพิพาทพร้อมด้วยเรือนและครัวให้จำเลยที่ 2 ได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1462 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1463 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1473 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1512 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1513 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1515 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1517

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนายนาคจำเลยที่ ๑ เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายต่างมีสินเดิมด้วยกัน ต่อมาจับจองที่ดิน ๑ แปลงคือ โฉนดที่ ๓๖๙๘ ลงชื่อจำเลยที่ ๑ ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ได้ปลูกบ้านและครัวลงในที่แปลงนี้ด้วย โจทก์ถือว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นสินสมรส จำเลยที่ ๑ ทะเลาะวิวาทและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์อย่างร้ายแรง ด่าโจทก์และบุพการีของโจทก์ ฯลฯ จำเลยโอนขายที่พิพาทให้จำเลยที่ ๒ เป็นการสมยอมกัน ขอให้เพิกถอนทำลายนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาท เรือนและครัว ระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ กับโจทก์ขาดจากการเป็นสามีภริยาและแบ่งสินสมรส หากจำเลยที่ ๑ ไม่ยอมหย่าก็ขอให้ลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในโฉนดที่ดินพิพาท เรือนและครัวตามฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยที่ ๑ กับโจทก์อยู่กินฉันสามีภริยาภายหลังประกาศให้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส โจทก์ไม่มีทรัพย์ติดตัวมาเลย ที่ดินโฉนดที่ ๓๖๙๘ เป็นสินเดิมของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จับจองทำเป็นนาเสร็จเรียบร้อยก่อนได้โจทก์เป็นภริยา ไม่เคยด่าหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีโจทก์ ฯลฯ ที่ดินและเรือนและครัวเป็นสินเดิมจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ มีสิทธิขายได้ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ได้ซื้อนาพิพาทกับเรือนและครัวโดยสุจริต ไม่ได้ซื้อโดยสมยอม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินโฉนดที่ ๓๖๙๘ กับบ้านเรือนระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้ลงชื่อโจทก์ในโฉนดดังกล่าวร่วมกับจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสองฎีกา จำเลยที่ ๑ ถึงแก่ความตายระหว่างฎีกา นางสัมฤทธิ์ กรานสกุล และนางบุญตา สุภาผล ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ ๑ ศาลฎีกาอนุญาต คดีมีประเด็นเฉพาะข้อที่โจทก์ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่นาพิพาท เรือนและครัว ระหว่างจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ กับขอให้แบ่งทรัพย์พิพาทให้โจทก์ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้จำเลยที่ ๑ เป็นสามีก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ โจทก์จำเลยที่ ๑ เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสินเดิมมาก่อน ขณะมาอยู่กับจำเลยที่ ๑ นาพิพาทเป็นสินเดิมของจำเลยที่ ๑ เรือนและครัวที่ปลูกอยู่ในนาพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ และเห็นว่าคดีนี้ทางพิจารณาฟังได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ ๑ เป็นสามีภริยากันก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ สิทธิในสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ ต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมียซึ่งใช้อยู่ก่อนวันประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ เมื่อโจทก์ได้จำเลยที่ ๑ เป็นสามี โจทก์ไม่มีสินเดิม ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย โจทก์ไม่มีสิทธิจะได้ส่วนแบ่งในสินสมรสตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๒๖/๒๔๗๙ ฉะนั้น ถึงหากจะฟังว่าเรือนและครัวที่ปลูกอยู่ในที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะได้ส่วนแบ่งในทรัพย์นั้นอยู่นั่นเอง ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น เมื่อฟังว่านาพิพาทเป็นสินเดิมของจำเลยที่ ๑ และโจทก์ไม่มีสิทธิและได้ส่วนแบ่งในสินสมรสแล้ว จำเลยที่ ๑ ก็มีอำนาจขายนาพิพาทพร้อมด้วยเรือนและครัวให้จำเลยที่ ๒ ได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ ฉะนั้น ก็ไม่ต้องพิจารณาในประเด็นที่โจทก์อ้างว่า การซื้อขายนาพิพาทพร้อมด้วยเรือนและครัวระหว่างจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เป็นการสมยอมกันต่อไป พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2509 นางละมัย จูนิยม โจทก์ นายนาค จูนิยม ที่ 1 นายชื้น แสงอภัย ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางละมัย จูนิยม · จำเลย - นายนาค จูนิยม ที่ 1 นายชื้น แสงอภัย ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายแผลง สระวาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9131/2551ฎีกา 3806/2549ฎีกา 644/2489ฎีกา 1760/2548ฎีกา 16/2510ฎีกา 625/2569ฎีกา 3021/2522ฎีกา 574/2538ฎีกา 1188/2493ฎีกา 362/2522ฎีกา 765/2534ฎีกา 472/2526ฎีกา 5523/2536ฎีกา 2675/2527ฎีกา 475/2481ฎีกา 698/2540ฎีกา 6553/2537ฎีกา 269/2487ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 639/2499ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา