⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 472/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองแทนไม่มีสิทธิได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ครอบครอง การที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ติดตามเอาทรัพย์สินคืนไม่มีอายุความ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้รับมอบลิฟท์พร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์ไว้ในความครอบครองตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจะซื้อขายอันเป็นการครอบครองแทนโจทก์ แม้จะครอบครองเป็นเวลาช้านานเพียงใด จำเลยก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ การที่โจทก์ใช้สิทธิเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ทำไว้แก่จำเลยและเรียกให้จำเลยส่งมอบลิฟท์พร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์อันเป็นทรัพย์สินที่ซื้อขายคืนหากส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน เป็นกรณีที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ติดตามเอาทรัพย์สินคืนจึงไม่มีอายุความ เมื่อโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยแล้ว การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจะถอนเสียมิได้ ดังนั้นการที่โจทก์มีหนังสือติดต่อขอส่งมอบลิฟท์ให้แก่จำเลยและขอเก็บเงินงวดสุดท้ายในเวลาต่อมา จึงเป็นเพียงคำเสนอขึ้นใหม่ เมื่อไม่มีการสนองตอบจึงไม่ก่อให้เกิดผลแต่อย่างใด โจทก์ไม่จำต้องบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาซื้อลิฟท์ ๑ เครื่องพร้อมเครื่องอุปกรณ์จากโจทก์ แบ่งชำระค่าสินค้าและค่าจ้างติดตั้งเป็น ๓ งวด จำเลยชำระเงินสองงวดแรก และโจทก์ได้ขนส่งลิฟท์ไปยังสถานที่ก่อสร้างของจำเลยแล้วกรรมสิทธิ์ในลิฟท์ยังเป็นของโจทก์อยู่ตราบที่จำเลยยังชำระราคาไม่ครบ ต่อมาจำเลยไม่จัดสร้างสถานที่ จัดหากระแสไฟฟ้า หรือเตรียมการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้โจทก์ติดตั้งลิฟท์ โจทก์ได้บอกกล่าวแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติและในที่สุดจำเลยหยุดการก่อสร้าง กับไม่ชำระเงินงวดสุดท้าย โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยแล้ว จำเลยไม่คืนลิฟท์และเครื่องอุปกรณ์ ขอให้จำเลยส่งมอบลิฟท์พร้อมเครื่องอุปกรณ์คืนแก่โจทก์ หากส่งไม่ได้ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์ส่งมอบลิฟท์ให้ไม่ครบถ้วนไม่ตรงตามเวลาที่จะใช้ประโยชน์ และไม่ดำเนินการติดตั้งให้เสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา จำเลยจึงยังไม่ชำระเงินที่ค้าง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกลิฟท์คืน คดีโจทก์ขาดอายุความ ทั้งจำเลยได้ครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว กับต่อสู้ในเรื่องค่าเสียหายด้วย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนลิฟท์ในสภาพเรียบร้อยให้โจทก์หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา โดยให้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อโจทก์ได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวแล้ว คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะดั่งที่เป็นอยู่เดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ วรรคแรก จำเลยจึงต้องคืนลิฟท์และอุปกรณ์ที่รับมอบไว้ให้แก่โจทก์ ประกอบกับจำเลยยังมิได้ชำระเงินค่าลิฟท์งวดสุดท้ายให้แก่โจทก์จึงต้องถือว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในลิฟท์อยู่ตามสัญญาข้อ ๕ จำเลยได้รับมอบลิฟท์พร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์ไว้ในความครอบครองตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจะซื้อจะขายอันเป็นการครอบครองแทนโจทก์ ไม่ว่าจำเลยจะครอบครองเป็นเวลาช้านานเพียงใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่จำเลยฎีกาว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า การที่โจทก์ใช้สิทธิเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำไว้กับจำเลย และเรียกให้จำเลยส่งมอบลิฟท์พร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์อันเป็นทรัพย์สินที่ซื้อขายคืน หากส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน เป็นเรื่องที่โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ใช้สิทธิติดตามเรียกเอาทรัพย์สินคืน มิใช่ในฐานะพ่อค้าฟ้องเรียกเอาค่าที่ได้ส่งมอบของดังที่จำเลยกล่าวอ้าง จึงไม่มีอายุความในการฟ้องคดี คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ส่วนฎีกาของจำเลยที่อ้างว่าสัญญาซื้อจะขายยังคงผูกพันกันอยู่เพราะหลังจากโจทก์มีหนังสือลงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๑ ติดต่อขอส่งมอบลิฟท์ให้จำเลยและขอเก็บเงินงวดสุดท้าย ตามเอกสารหมาย จ.๑๑ แล้ว โจทก์ไม่ได้บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยอีกนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ได้มีหนังสือลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๘ บอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยแล้วตามเอกสารหมาย จ.๙ การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาดังกล่าวจะถอนไม่ได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๖ วรรคสอง การที่โจทก์มีหนังสือติดต่อขอส่งมอบลิฟท์ให้จำเลยและขอเก็บเงินงวดสุดท้ายในเวลาต่อมาตามเอกสารหมาย จ.๑๑ เป็นเพียงคำเสนอขึ้นใหม่ เมื่อไม่มีการสนองตอบจึงไม่ก่อให้เกิดผลแต่อย่างใด โจทก์ไม่จำต้องบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยอีก พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยคืนลิฟท์พิพาทในสภาพเรียบร้อยให้โจทก์ไม่ได้ก็ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน ๒๖๒,๐๐๐ บาท โดยให้หักส่วนที่จำเลยชำระให้แล้วจำนวน ๑๔๓,๕๐๐ บาทออกเสียก่อน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2526 บริษัทไทยไดมารู จำกัด โจทก์ บริษัทปัญญามิตร จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยไดมารู จำกัด · จำเลย - บริษัทปัญญามิตร จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ประสม ศรีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสกล เหมือนพะวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ วณิคพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4082/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 1052/2509ฎีกา 4415/2528ฎีกา 4873/2528ฎีกา 8021/2549ฎีกา 615/2531ฎีกา 1055/2492ฎีกา 967/2491ฎีกา 1531/2526ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4832/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา