⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7662/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7662/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของรวมคนหนึ่งอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินรวม โดยมิได้เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองตามสภาพปกติ เป็นการใช้ที่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ เจ้าของรวมคนอื่น ๆ จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่บุคคลภายนอกนั้นออกจากทรัพย์สินรวมได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยรับในฎีกาของจำเลยว่า ศ. ถือกรรมสิทธิ์รวมกับโจทก์ ป. และ น. ในที่ดินพิพาท ซึ่งยังไม่ได้มีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นสัดส่วน ดังนั้น แม้ ศ. จะอนุญาตให้จำเลยเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินพิพาท อันเป็นการใช้ทรัพย์สินในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม แต่ก็มิใช่เป็นการใช้ทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของตนเองตามสภาพปกติ เป็นการใช้ทรัพย์สินที่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1360 วรรคหนึ่ง ย่อมไม่อาจกระทำได้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อบ้านและสิ่งปลูกสร้างแล้วขนย้ายออกไปจากที่ดินส่วนของโจทก์กับพวกในโฉนดที่ดินเลขที่ ๔๖๘๗ ตำบลไทรน้อย (ทวีวัฒนา) อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างแล้วขนย้ายออกไปจากที่ดินส่วนของโจทก์กับพวก จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๐) จนกว่าจะรื้อถอนและขนย้ายออกไปจากที่ดินพิพาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๔,๐๐๐ บาท จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทหรือไม่ ซึ่งในปัญหาข้อนี้จำเลยรับในฎีกาของจำเลยว่า นาวาโทศักดิ์สิทธิ์ถือกรรมสิทธิ์รวมกับโจทก์ นางสาวประภาและนางสาวนาตยาในที่ดินพิพาทโดยยังไม่ได้แบ่งแยกการครอบครองออกเป็นส่วนสัด การที่นาวาโทศักดิ์สิทธิอนุญาตให้จำเลยปลูกบ้านในที่ดินพิพาทเป็นการใช้สิทธิในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม จำเลยจึงมีสิทธิอยู่ในที่ดินพิพาทได้ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิใช้ทรัพย์สินได้ แต่การใช้นั้นต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ" ดังนั้น ถึงแม้จะฟังว่ายังไม่มีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นส่วนสัดในที่ดินกรรมสิทธิ์รวมระหว่างโจทก์ นางสาวประภา นางสาวนาตยา และนาวาโทศักดิ์สิทธิ์ตามข้อต่อสู้ของจำเลย แต่การใช้ทรัพย์สินกรรมสิทธิ์รวมของนาวาโทศักดิ์สิทธิ์ต้องเป็นการใช้ทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของตนเอง การที่นาวาโทศักดิ์สิทธิ์อนุญาตให้จำเลยใช้ปลูกบ้าน นอกจากจะมิใช่เป็นการใช้ทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของตนเองตามสภาพปกติแล้วยังเป็นการใช้ที่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ จึงไม่มีสิทธิทำได้ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทได้ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7662/2546 นายฉลอง บำรุง โจทก์ นายอนันต์ บำรุง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฉลอง บำรุง · จำเลย - นายอนันต์ บำรุง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · สมบัติ อรรถพิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายกำพล รุ่งรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายถมรัตน์ เลิศไพรวัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 643/2497ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 8364/2544ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 4832/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา