⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 625/2569

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2569

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทายาทโดยธรรมไม่มีอำนาจฟ้องบุพการีของตนเอง แต่การที่ทายาทไม่มีอำนาจฟ้องบุพการีและผู้รับมอบอำนาจของบุพการีนั้น ไม่กระทบต่ออำนาจฟ้องบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับนิติกรรมนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมของ ส. ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการมอบอำนาจให้ขายที่ดินมรดกระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 และเพิกถอนสัญญาขายที่ดิน และรายการจดทะเบียนขายที่ดินมรดกดังกล่าวระหว่างจำเลยทั้งสาม เมื่อโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1562 ส่วนจำเลยที่ 2 ดำเนินการตามหนังสือมอบอำนาจ การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ถือว่าเป็นการฟ้องในฐานะที่เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุพการีด้วย แม้โจทก์ทั้งสามไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุเฉพาะตัวหามีผลไปถึงจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกด้วยไม่ โจทก์ทั้งสามจึงมีอำนาจฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนของจำเลยที่ 3 ต่อไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1562

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการมอบอำนาจให้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 7658 ในส่วนที่เป็นมรดกของนายสำรวย ระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามหนังสือมอบอำนาจ ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2559 เพิกถอนหนังสือสัญญาขายที่ดินและรายการจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวในส่วนที่เป็นมรดกของนายสำรวย ระหว่างจำเลยทั้งสาม ตามหนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับลงวันที่ 9 กันยายน 2559 และรายการจดทะเบียนวันที่ 9 กันยายน 2559 ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสามฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และนายสำรวย จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2530 มีบุตรด้วยกัน 7 คน รวมโจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ต่อมาวันที่ 1 พฤศจิกายน 2533 จำเลยที่ 1 และนายสำรวยซื้อที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 7658 โดยระบุชื่อจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวในโฉนดที่ดิน นายสำรวยถึงแก่ความตายวันที่ 10 มิถุนายน 2559 ต่อมาวันที่ 10 สิงหาคม 2559 จำเลยที่ 1 ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ขายที่ดินพิพาท จากนั้นวันที่ 9 กันยายน 2559 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ขายที่ดินพิพาททั้งแปลงให้แก่จำเลยที่ 3 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามว่า โจทก์ทั้งสามมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 บัญญัติว่า ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้... เมื่อโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ตามบทบัญญัติดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 และเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับโจทก์ทั้งสามเป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจให้ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 3 เท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 2 ดำเนินการตามหนังสือมอบอำนาจแล้ว การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 2 ถือได้ว่าเป็นการฟ้องในฐานะที่เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุพการีด้วย แต่ที่โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 3 ถือเป็นการใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์จากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 แม้โจทก์ทั้งสามไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 เพราะเป็นการฟ้องบุพการี และไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นเหตุเฉพาะตัวระหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เท่านั้น หามีผลไปถึงจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกด้วยไม่ โจทก์ทั้งสามจึงมีอำนาจฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนของจำเลยที่ 3 ต่อไปได้ ส่วนที่โจทก์ทั้งสามฎีกาว่า นายสำรวยยินยอมให้ระบุชื่อจำเลยที่ 1 ในโฉนดที่ดินพิพาทเพียงผู้เดียวเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 มีสถานะเป็นเพียงตัวแทนการถือครองที่ดินพิพาทในส่วนที่เป็นสินสมรสของนายสมรวยนั้น จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 ด้วยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ทั้งสามฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 ในส่วนของจำเลยที่ 3 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3 แล้ว พิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีการะหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้เป็นพับ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลระหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 3 ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2569 นางสาว ก. กับพวก โจทก์ นาง น. ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย ส. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว ก. กับพวก · จำเลย - นาง น. ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย ส. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศ์ · มีชัย เตชาชาญ · จงศักดิ์ ผดุงทรัพย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายชุมพล จันทศร · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายพงษ์ศักดิ์ อนันธวัช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.629/2568

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 8364/2544ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 158/2509ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 4832/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา