⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2675/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2675/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้จัดการมรดกให้บุคคลภายนอกยืมเอกสารสิทธิในทรัพย์มรดกไปโดยไม่เรียกคืน ผู้รับมรดกย่อมมีสิทธิติดตามเอาเอกสารสิทธิคืนจากบุคคลภายนอกได้ การแบ่งทรัพย์มรดกโดยพินัยกรรมวาจาที่ผู้ตายแสดงเจตนาแบ่งทรัพย์สินให้แก่ทายาทแต่ละคน และทายาทได้เข้าครอบครองทรัพย์สินส่วนของตนตลอดมา ถือว่าทายาทได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องความว่า ที่ดินตามโฉนดทั้งสามฉบับจะ ต้องตกได้แก่โจทก์ทั้งสามตามลำดับตามคำสั่งของนางผิวจำเลยขอยืมโฉนดที่ดินดังกล่าวไปจากนายเงินผู้จัดการมรดกเพื่อนำไปค้ำประกันเงินกู้ จำนองและจำนำต่อธนาคารและเอกชนแล้วไม่คืนให้ดังนี้ ที่ดินตามโฉนดดังกล่าวเป็นมรดก ของนางผิวนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นทายาทกับ นายเงินซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก มีความผูกพันกันในฐานะตัวการกับตัวแทน เมื่อนายเงินซึ่งเป็นตัวแทนให้จำเลยยืมโฉนดที่ดินไป แล้วไม่เรียกคืน โจทก์ซึ่งเป็นตัวการย่อมมีสิทธิติดตามและเอาโฉนดที่ดินคืนจากจำเลยได้โจทก์จึง มีอำนาจฟ้อง แม้ที่ดินที่นางผิวจดทะเบียนรับโอนมรดกจากนายเชยเป็น สินสมรสระหว่างนายเงินกับนางผิว แต่นางผิวได้สั่งด้วย วาจาแบ่งที่ดินให้บุตรทั้งแปดคนโดยกำหนดว่าที่ดินแปลงใดและตอนใดได้แก่บุตรคนใด โดยสั่งไว้ก่อนนางผิวถึงแก่กรรมกว่า 10 ปี โดยความเห็นชอบของนาย เงินจากนั้นบุตรทุกคนต่างเข้าครองที่ดินส่วนของตนตลอดมาโจทก์ทั้งสามจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่ได้รับแบ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เมื่อที่ดินซึ่งโจทก์ทั้งสามครอบครองอยู่ตรงกับโฉนดเลขที่ 15338, 15339และ 8104ตามลำดับ นายเงินก็ไม่มีสิทธิโอนที่ดินตามโฉนดดังกล่าวให้แก่จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1711 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1720

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสาม จำเลย นายประยุทธ นางทองใบนางทองปลิว และนายณรงค์ เป็นบุตรนายเงินและนางผิว นางผิวถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ มีมรดกอันเป็นสินส่วนตัวซึ่งได้รับมาจากนายเชยและนางชุ่มผู้เป็นบิดามารดา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ คือที่ดินโฉนด ๓ แปลง รวมเนื้อที่ ๑๕ ไร่๑๓ ตารางวา ก่อนถึงแก่กรรม นางผิวได้มีคำสั่งให้จัดการแบ่งที่ดินดังกล่าวแก่บุตรทุกคน โดยระบุไว้ชัดเจนว่าที่ดินแปลงใด ตอนไหน ได้แก่บุตรคนใดเมื่อนางผิวถึงแก่กรรมศาลแพ่งได้มีคำสั่งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ ตั้งให้นายเงินเป็นผู้จัดการมรดก นายเงินดำเนินการแบ่งที่ดินมรดกออกเป็นแปลงย่อย ๆตามแนวเขตและแผนผังที่นางผิวชี้และสั่งไว้ ที่ดินซึ่งโจทก์ทั้งสามครอบครองอยู่ตรงกับที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๓๓๘, ๑๕๓๓๙ และ ๘๑๐๔ ตามลำดับ นายเงินยังไม่ได้โอนให้แก่โจทก์ทั้งสาม แต่เป็นที่รู้และยอมรับด้วยกันทุกคนว่าที่ดินดังกล่าวจะต้องตกได้แก่โจทก์ทั้งสาม ซึ่งโจทก์ทั้งสามได้เข้าครอบครองโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลา ๑๐ ปี และเก็บค่าเช่าตลอดมา ภายหลังจำเลยขอยืมโฉนดที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวจากนายเงิน เพื่อนำไปค้ำประกันเงินกู้ จำนอง และจำนำต่อธนาคารและเอกชน เพื่อเป็นเครดิตในทางการค้าของจำเลย โดยโอนใส่ชื่อจำเลยเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้โจทก์มิได้ยินยอมและมิได้รู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำของนายเงินกับจำเลย ประมาณเดือนมิถุนายน ๒๕๒๐ โจทก์ทราบการกระทำดังกล่าว จำเลยเซ็นชื่อในบันทึกลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๒๐ ยอมรับว่าได้ยืมโฉนดดังกล่าวเพื่อนำไปค้ำประกันการจำนองจริงและรับว่าจะคืนให้ แต่แล้วก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ขอให้จำเลยโอนชื่อและส่งมอบโฉนดเลขที่ ๑๕๓๓๘,๑๕๓๓๙ และ ๘๑๐๔ ให้แก่โจทก์ทั้งสามตามลำดับโดยปราศจากภารติดพัน จำเลยให้การว่า ที่ดินทั้งหมดตามฟ้อง มิใช่สินส่วนตัวของนายผิวแต่เป็นสินสมรสระหว่างนายเงินกับนางผิว นางผิวไม่เคยมีคำสั่งให้จัดการแบ่งที่ดินแก่บุตรที่ดินดังกล่าวจึงเป็นมรดกของนางผิวเพียงหนึ่งในสามส่วน อีกสองในสามเป็นสินสมรส ส่วนของนายเงิน และนายเงินมีสิทธิได้รับมรดกของนางผิวในฐานะที่เป็นทายาทด้วย นายเงินจึงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินรวมทั้ง ๑๐ ไร่ ๑ งาน ๔๗ เศษ ๑๗ ส่วน ๒๗ ตารางวา ดังนั้น นายเงินจึงมีสิทธิยกที่ดิน ๖ แปลง ซึ่งมีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๑ งาน ๘๔ ตารางวาให้จำเลยโดยเสน่หาได้ โจทก์หลอกลวงให้จำเลยเซ็นชื่อในบันทึกข้อตกลง โจทก์ทั้งสามไม่เคยเก็บค่าเช่าหรือเข้าครอบครองที่ดินตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๕๓๓๘, ๑๕๓๓๙ และ ๘๑๐๔ ให้โจทก์ทั้งสามตามลำดับ โดยปราศจากการผูกพัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อแรกที่จำเลยฎีกาว่า คดีนี้โจทก์กล่าวหาว่านายเงินผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องนายเงิน การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นการฟ้องผิดตัว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น โจทก์บรรยายฟ้องความว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๓๓๘, ๑๕๓๓๙ และ ๘๑๐๔จะต้องตกได้แก่โจทก์ทั้งสามตามลำดับตามคำสั่งของนางผิว จำเลยขอยืมโฉนดที่ดินดังกล่าวไปจากนายเงินผู้จัดการมรดกเพื่อนำไปค้ำประกันเงินกู้ จำนอง และจำนำต่อธนาคารและเอกชนแล้วไม่คืนให้ ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินตามโฉนดดังกล่าวเป็นมรดกของนางผิว นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นทายาทกับนายเงินซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก มีความผูกพันกันในฐานะตัวการกับตัวแทนเมื่อนายเงินซึ่งเป็นตัวแทนให้จำเลยยืมโฉนดที่ดินไป แล้วไม่เรียกคืน โจทก์ซึ่งเป็นตัวการย่อมมีสิทธิติดตามเอาโฉนดที่ดินคืนจากจำเลยได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อต่อไปที่จำเลยฎีกาว่า ที่ดินที่นางผิวจดทะเบียนรับโอนมรดกจากนายเชยเป็นสินสมรสระหว่างนายเงินกับนางผิว ซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่มีสินเดิม เมื่อแบ่งสินสมรสตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย และแบ่งสินสมรสส่วนของนางผิวซึ่งเป็นมรดกตกทอดให้แก่นายเงินกับบุตรอีก ๘ คน ซึ่งเป็นทายาทแล้ว นายเงินจะได้ที่ดินรวม ๑๐ ไร่ ๑ งาน ๔๗ เศษ ๑๗ ส่วน ๒๗ ตารางวา นายเงินโอนที่ดินให้แก่จำเลย ๖ แปลง เป็นเนื้อที่รวม ๘ ไร่ ๑ งาน ๘๔ ตารางวา น้อยกว่าสิทธิของนายเงิน นายเงินจึงมีสิทธิยกให้จำเลยนั้น ข้อเท็จจริงเชื่อว่า ที่ดินที่นางผิวจดทะเบียนรับโอนมรดกจากนายเชยเป็นสินสมรสระหว่างนายเงินกับนางผิวแต่นางผิว ได้สั่งด้วยวาจาแบ่งที่ดินให้บุตรทั้งแปดคน โดยกำหนดว่าที่ดินแปลงใดและตอนใดได้แก่บุตรคนใด โดยสั่งไว้ก่อนนางผิวถึงแก่กรรมกว่า๑๐ ปี โดยความเห็นชอบของนายเงิน จากนั้นบุตรทุกคนต่างเข้าครอบครองที่ดินส่วนของตนตลอดมา โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่ได้รับแบ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ เมื่อที่ดินซึ่งโจทก์ทั้งสามครอบครองอยู่ตรงกับโฉนดเลขที่ ๑๕๓๓๘, ๑๕๓๓๙ และ ๘๑๐๔ ตามลำดับ นายเงินก็ไม่มีสิทธิโอนที่ดินตามโฉนดดังกล่าวให้แก่จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2675/2527 นางทองคำ สุทธิลออ กับพวก โจทก์ นาวาอากาศเอกอุดม ถนอมกุลบุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองคำ สุทธิลออ กับพวก · จำเลย - นาวาอากาศเอกอุดม ถนอมกุลบุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร · ดำรง สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสำราญ ศรีประสาธน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 6/2475ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6911/2544ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 8364/2544ฎีกา 1593/2524ฎีกา 158/2509ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา