คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6911/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอคืนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 เป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญา ผู้รับมอบอำนาจที่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และล้มละลาย จนกว่าคดีถึงที่สุด ย่อมมีอำนาจยื่นคำร้องขอคืนของกลางแทนผู้มอบอำนาจได้
ย่อคำพิพากษา
การขอคืนของกลางตาม ป.อ. มาตรา 36 เป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญา
ตามหนังสือมอบอำนาจของผู้ร้องระบุไว้ชัดเจนให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจดำเนินคดีแทนทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และล้มละลายจนกว่าคดีถึงที่สุด ผู้รับมอบอำนาจจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอคืนของกลางแทนผู้ร้องได้ นอกจากนี้ในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวยังระบุให้ผู้รับมอบอำนาจตั้งตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจช่วงให้ดำเนินการแทนได้ภายในขอบเขตที่ได้ระบุไว้ในหนังสือมอบอำนาจ และปรากฏในหนังสือมอบอำนาจช่วงผู้รับมอบอำนาจได้มอบอำนาจให้ อ. ผู้รับมอบอำนาจช่วงดำเนินการยื่นเรื่องราวลงชื่อในเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการขอรับรถจักรยานยนต์ของกลางคืน อันหมายถึงการยื่นคำร้องขอรถจักรยานยนต์ของกลางคืนต่อศาลนั่นเอง ถือได้ว่า ผู้ร้องได้มอบอำนาจให้ อ. ผู้รับมอบอำนาจช่วงยื่นคำร้องต่อศาลขอคืนของกลางได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4) (5) (8) , 122 , 134 , 148 , 157 , 160 , 160 ทวิ พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 , 42 , 64 , 66 ป.อ. มาตรา 33 , 83 , 91 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองและริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำความผิด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางได้ให้ผู้อื่นเช่าซื้อไป ผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ขอให้ศาลสั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง และผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจของผู้ร้องระบุให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจแต่งตั้งทนายความในการดำเนินคดีเฉพาะทางแพ่ง ทางอาญา และล้มละลายโดยมิได้ระบุว่าให้มีอำนาจยื่นคำร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ และการยื่นคำร้องขอคืนของกลางไม่ถือว่าเป็นการดำเนินคดีอาญานั้น เห็นว่า การขอคืนของกลางตาม ป.อ. มาตรา 36 เป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญาซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจก็ระบุไว้ชัดเจนให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจดำเนินคดีแทนทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และล้มละลายจนกว่าคดีถึงที่สุด ดังนั้น นายศิริพงษ์ ผู้รับมอบอำนาจจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอคืนของกลางแทนผู้ร้องได้ นอกจากนี้ในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวยังระบุให้ผู้รับมอบอำนาจตั้งตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจช่วง ให้ดำเนินการแทนได้ภายในขอบเขตที่ได้ระบุไว้ในหนังสือมอบอำนาจนี้ โดยเฉพาะเมื่อนายศิริพงษ์ก็ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายอำนาจผู้รับมอบอำนาจช่วงดำเนินการยื่นเรื่องราว ลงชื่อในเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการขอรับรถจักรยานยนต์ของกลางคืน อันหมายถึงการยื่นคำร้องขอรถจักรยานยนต์ของกลางคืนต่อศาลนั่นเอง จึงถือได้ว่า ผู้ร้องได้มอบอำนาจให้นายอำนาจผู้รับมอบอำนาจช่วงยื่นคำร้องต่อศาลขอคืนของกลางได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6911/2544
พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์
บริษัทพิธานพาณิชย์ จำกัด ผู้ร้อง
นายวนิชชา แสงประทีป กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี · ผู้ร้อง - บริษัทพิธานพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นายวนิชชา แสงประทีป กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุเมธ ตังคจิวางกูร · ปราโมทย์ ชพานนท์ · ชวลิต ยอดเณร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปัตตานี - นายอนุสรณ์ ศรีเมนต์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวบุญมี ฐิตะศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา