⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 651/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้แทนโดยชอบธรรมมีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ด้วยความระมัดระวัง หากผู้แทนโดยชอบธรรมใช้ทรัพย์สินของผู้เยาว์โดยผิดหน้าที่ และผู้เยาว์มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ผู้เยาว์ย่อมไม่ต้องรับผิดในผลแห่งการนั้น

ย่อคำพิพากษา

บิดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรผู้เยาว์มีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของบุตรด้วยความระมัดระวังเช่นวิญญูชนจะพึงกระทำ หากผู้แทนโดยชอบธรรม คือ บิดา ไม่ดูแลหรือใช้ทรัพย์สินโดยผิดหน้าที่ ทั้งบุตรมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ดังนี้ ไม่มีกฎหมายใดที่จะให้บุตรต้องรับผิดร่วมด้วย จำเลยเป็นลูกจ้างของบิดา นำเรือยนต์และถุงลากปลาของบุตรผู้เยาว์ไปกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการประมงฯ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและให้ริบของกลาง บุตรผู้เยาว์ของบิดาซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งคืนเรือยนต์และถุงลากของกลางได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1543 พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม.10 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 8,9, 62 พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 มาตรา 9ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลย 150 บาท ของกลางซึ่งมีถุงลาก 1 สำรับ ปลา 1 เข่ง และเรือยนต์ 1 ลำ ให้ริบตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 69 และพระราชบัญญัติการประมง(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 มาตรา 10 ด้วย ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ของกลางที่ศาลสั่งริบ คือ เรือยนต์ 1 ลำและถุงลาก 1 ถุง ไม่ใช่เป็นของจำเลย แต่เป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ขอให้คืนของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า นายประสิทธิ์ แซ่หลี ผู้ร้องซึ่งมีนายซุ่น แซ่หลี เป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย คำพิพากษาของศาลให้ริบนั้นย่อมเด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 69 พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 มาตรา 10 นั้นเรือและเครื่องมือทำการประมงที่ใช้ทำการประมงในที่รักษาพืชพันธุ์ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเจ้าของอันแท้จริงจะได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วยหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยสั่งยกคำร้องของผู้ร้องโดยเชื่อว่า ผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจในการที่จำเลยไปจับปลาคราวนี้ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้คืนเรือยนต์และถุงลากของกลางคืนให้แก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อสำคัญในเรื่องนี้อยู่ที่ว่า ถ้านายประสิทธิ์ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องย่อมมีสิทธิได้คืนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 แต่ถ้ารู้เห็นเป็นใจด้วย ก็ขอคืนไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเมื่อผู้แทนโดยชอบธรรมกระทำอะไรในการจัดการทรัพย์ของผู้เยาว์แล้ว ต้องถือว่าเป็นการกระทำของผู้เยาว์ด้วยทุกอย่างดังที่โจทก์ฎีกาโต้เถียงมา เพราะไม่มีกฎหมายให้ผู้เยาว์ต้องรับผิดเช่นนั้น นายซุ่นก็ได้เบิกความว่า นายซุ่นปกครองเรือของกลางอยู่เพราะนายประสิทธิ์เรียนหนังสืออยู่ที่จังหวัดสงขลา เหตุได้เกิดที่ตำบลการะเกต อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อโจทก์มิได้นำสืบหักล้างเกี่ยวกับตัวนายประสิทธิ์ผู้ร้องเลย ข้อเท็จจริงก็ฟังได้ว่า นายประสิทธิ์ซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ต้องคืนของกลางให้แก่นายประสิทธิ์ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2507 อัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง โจทก์ นายอิ่ม แก้วดำ จำเลย นายประสิทธิ์ แซ่หลี โดยนายซุ่น แซ่หลี บิดา ผู้ร้อง ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง · จำเลย - นายอิ่ม แก้วดำ · ผู้ร้อง - นายประสิทธิ์ แซ่หลี โดยนายซุ่น แซ่หลี บิดา · ผู้ร้อง - ผู้แทนโดยชอบธรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ประมูล สุวรรณศร · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 8091/2544ฎีกา 206/2528ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา