⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 665/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2531

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องรับโอนรถยนต์ของกลางหลังจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบแล้วผู้ร้องไม่ได้กรรมสิทธิ์ ดังนี้ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอคืนของกลางนั้นได้.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และให้ริบรถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 80-7640 ขอนแก่นและรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-3323เพชรบุรี ผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางทั้งสองคัน โดยอ้างว่าผู้ร้องทั้งสองมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องที่ 1 ไม่มีอำนาจร้องขอคืนของกลางเพราะมิใช่เจ้าของส่วนผู้ร้องที่ 2 มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 และให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องที่ 2 ผู้ร้องที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ที่ผู้ร้องที่ 1 ฎีกาว่า ขณะเกิดเหตุกระทำผิดในคดีนี้ผู้ร้องที่ 1 ได้ชำระค่าเช่าซื้อไปแล้ว 22งวด คงเหลือค่าเช่าซื้อที่ต้องชำระเพียง 2 งวด และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 หาได้บัญญัติว่า ผู้ที่จะขอให้ศาลสั่งคืนจะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางในขณะที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นไม่ ผู้ร้องที่ 1 เพิ่งมาจดทะเบียนโอนชื่อเป็นเจ้าของเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2529 และมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ขอให้สั่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องนั้น ข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องที่ 1 นำสืบฟังได้ว่าขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-7640 ขอนแก่น กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันดังกล่าวยังเป็นของบริษัทสยามนิสสันดีเซล เซลส์ จำกัด และผู้ร้องที่ 1 รับโอนรถยนนต์คันดังกล่าวหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบแล้วศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบต้องเป็นเจ้าของที่แท้จริงในทรัพย์สินนั้น ผู้ร้องที่ 1 เป็นผู้เช่าซื้อไม่ใช่เจ้าของอันแท้จริง และเพิ่งจะได้รับโอนรถยนต์มาหลังจากศาลพิพากษาให้ริบแล้ว ผู้ร้องที่ 1 จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ที่ถูกริบ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฎีกาผู้ร้องที่ 1 ฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขอนแก่น แสง ทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ขอนแก่น แสง ทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524ฎีกา 5399/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา