⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 269/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกริบ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเลือกที่จะใช้สิทธิเรียกร้องค่าเช่าซื้อจนครบถ้วนตามสัญญาหรือไม่ก็ได้ การที่ผู้ให้เช่าซื้อไม่ใช้สิทธิดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของจำเลย อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญา เมื่อเจ้าของทรัพย์ที่แท้จริงมาร้องขอคืนทรัพย์ของกลางที่ศาลสั่งริบไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา36 โจทก์ต้องมีพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย สำหรับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าซื้อที่ว่า ถ้าทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกริบผู้เช่าซื้อยอมรับผิดฝ่ายเดียวและยอมชำระค่าเช่าซื้อจนครบถ้วนนั้นเป็นเงื่อนไขที่กำหนดกันได้ตามกฎหมาย ให้สิทธิแก่ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเลือกเท่านั้นจะใช้หรือไม่ก็ได้ การที่ผู้ร้องไม่ใช้สิทธิดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของจำเลย อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต หรือเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานลักทรัพย์และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิด ริบของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางโดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง และมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 โจทก์คัดค้านว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของจำเลยที่ 1มิใช่เป็นของผู้ร้อง หากฟังว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องผู้ร้องก็รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ซูซูกิ หมายเลขทะเบียน เชียงใหม่ ย-7502 ของกลาง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2532จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไปจากผู้ร้องในราคา 36,940 บาท ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา 3,500 บาท ที่เหลือตกลงผ่อนชำระเป็นงวด งวดละ 1,045 บาท รวม 32 งวด ระหว่างสัญญาจำเลยที่ 1 ได้นำเอารถของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดและถูกริบ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ผู้ร้องนำสืบว่า หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อและรับรถของกลางไปจากผู้ร้องแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ร้องมาโดยตลอด จนประมาณเดือนกรกฎาคม 2534 จำเลยที่ 1ได้ไปแจ้งต่อผู้ร้องว่ารถของกลางถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ยึดไว้ ต่อมาจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อให้ผู้ร้อง 2 งวดแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้ผู้ร้องอีก ผู้ร้องจึงบอกเลิกสัญญา ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 โจทก์นำสืบได้ความเพียงว่าชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การว่า รถของกลางเป็นของตนและได้นำมาใช้กระทำความผิดตามฟ้องจริง โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ส่วนที่ตามสัญญาเช่าซื้อที่ผู้ร้องทำกับจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมายร.4 ข้อ 6 มีใจความว่า ถ้าทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกริบ ผู้เช่าซื้อยอมรับผิดฝ่ายเดียวและยอมชำระค่าเช่าซื้อจนครบถ้วนนั้นก็เป็นเงื่อนไขในสัญญาที่ระบุเกี่ยวกับความรับผิดที่ผู้เช่าซื้อมีต่อผู้ให้เช่าซื้ออันเป็นเงื่อนไขที่กำหนดกันได้ตามกฎหมายและเป็นเงื่อนไขที่ให้สิทธิแก่ผู้ร้องผู้ให้เช่าซื้อมีทางเลือกเท่านั้นซึ่งผู้ให้เช่าซื้อจะใช้หรือไม่ก็ได้ การที่ผู้ร้องไม่ใช้สิทธิดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตหรือเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่า ผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 เมื่อรถของกลางเป็นของผู้ร้อง และทางพิจารณาไม่ได้ความว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยที่ 1 นำรถของกลางไปใช้ในการกระทำผิดผู้ร้องจึงมีสิทธิขอรถของกลางคืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์ บริษัท เอสวี ร่วม ทุน จำกัด ผู้ร้อง นาย เกษม ทา เกิด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ · ผู้ร้อง - บริษัท เอสวี ร่วม ทุน จำกัด · จำเลย - นาย เกษม ทา เกิด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524ฎีกา 5399/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ