⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1724/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- คำพิพากษาในคดีอาญาที่ริบของกลางย่อมถึงที่สุด หากไม่มีการอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว ผู้ร้องไม่สามารถโต้แย้งว่าจำเลยมิได้ใช้ของกลางในการกระทำผิดในภายหลังได้

ย่อคำพิพากษา

คดีร้องขอคืนของกลาง ผู้ร้องมิได้ฎีกาโดยตรงว่า ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด เพียงแต่กล่าวในฎีกาว่าผู้ร้องถอถือเอาคำอุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นคำฎีกาของผู้ร้องส่วนหนึ่งด้วย เป็นฎีกาที่ไม่ชอบ คดีนี้พิพาทในเรื่องขอคืนของกลางเท่านั้น สำหรับคดีเดิมเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและริบของกลาง ไม่ปรากฏว่ามีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวย่อมถึงที่สุดผู้ร้องจะมาโต้เถียงในชั้นนี้ว่าจำเลยมิได้ใช้ของกลางในการกระทำผิด คำพิพากษาในคดีเดิมที่ริบของกลางไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติการประมงและให้ริบเรือยนต์ประมงของกลางซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เรือยนต์ประมงของกลางเป็นของผู้ร้องแต่ได้ให้จำเลยเช่ามีกำหนด 1 ปี ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการที่จำเลยใช้เรือยนต์ประมงของกลางไปกระทำความผิด ขอให้คืนเรือยนต์ประมงของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า สัญญาเช่าเรือยนต์ประมงของกลางทำขึ้นหลังจากจำเลยถูกจับ ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว สั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดหรือไม่ ปัญหานี้ผู้ร้องมิได้ฎีกาโดยตรงเพียงแต่กล่าวในฎีกาว่าผู้ร้องขอถือเอาคำอุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นคำฎีกาของผู้ร้องส่วนหนึ่งด้วยเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องอีกข้อหนึ่งว่าจำเลยมิได้ใช้เรือยนต์ประมงของกลางในการกระทำผิดจึงริบไม่ได้นั้น เห็นว่าคดีนี้พิพาทกันในเรื่องขอคืนของกลางเท่านั้น สำหรับคดีเดิมเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและริบของกลาง ไม่ปรากฏว่ามีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงถึงที่สุด ศาลต้องบังคับคดีไปตามนั้น ผู้ร้องจะมาโต้เถียงในชั้นนี้ว่าคำพิพากษาคดีเดิมไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด สุราษฎร์ธานี โจทก์ นาย มนิล มุสิกอินทร์ ผู้ร้อง นาย สุรินทร์ จง ไกรจักร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สุราษฎร์ธานี · ผู้ร้อง - นาย มนิล มุสิกอินทร์ · จำเลย - นาย สุรินทร์ จง ไกรจักร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มาADMIN

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 651/2507ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 6293/2541ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 3814/2549ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · ADMIN