⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1760/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลอื่นนำทรัพย์สินของตนไปโดยไม่มีสิทธิ เจ้าของทรัพย์สินย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับให้บุคคลนั้นคืนทรัพย์สินหรือใช้ราคาแทนได้ตามมาตรา 1336 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้ขุดดินของโจทก์ไปขายให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิที่จะขุดดินอันเป็นทรัพย์สินของโจทก์ เมื่อจำเลยขุดเอาดินของโจทก์ไป โจทก์ย่อมฟ้องบังคับให้จำเลยนำดินที่ขุดไปนั้นคืนมาหรือขอให้จำเลยใช้ราคาดินดังกล่าวแก่โจทก์ได้เป็นการใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิที่จะยึดถือไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 มิใช่ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดซึ่งมีอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. 448 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ทั้งการฟ้องคดีเพื่อใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนนั้น โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของมีสิทธิติดตามได้เสมอ เว้นแต่กรณีจะต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1382 และ 1383 โจทก์จึงจะหมดสิทธิติดตามเอาคืน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1383

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขุดเอาดินของโจทก์ไปขายให้แก่บุคคลอื่น ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 72,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าขาดประโยชน์ปีละ 6,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าโจทก์จะสามารถทำการเกษตรได้ จำเลยให้การว่า จำเลยขุดดินในที่ดินของจำเลยเพื่อทำเป็นบ่อเลี้ยงปลามิได้ขุดดินในที่ดินของโจทก์และไม่ได้นำดินของโจทก์ไปขาย หากฟังว่าจำเลยขุดดินในที่ดินของโจทก์คดีของโจทก์ก็ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยท้ากันโดยขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอายุความเพียงข้อเพียว หากศาลวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความโจทก์ยอมแพ้ หากศาลวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความจำเลยยอมแพ้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เรียกให้จำเลยใช้ราคาเนื้อดินที่จำเลยขุดเอาไปเป็นเนื้อดินประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตร เป็นเงิน 24,000 บาท ไม่ขาดอายุความ สำหรับฟ้องในส่วนที่ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ในที่ดินที่จำเลยขุดไปเป็นการเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิด ขาดอายุความแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 24,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 มกราคม 2544) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์ในส่วนที่เรียกราคาดินที่จำเลยขุดไปขายจำนวน 24,000 บาท ขาดอายุความหรือไม่ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ดินที่จำเลยขุดไปจากที่ดินของโจทก์ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิติดตามเอาคืนจากจำเลย คำฟ้องของโจทก์เป็นการฟ้องให้จำเลยรับผิดฐานละเมิดมีอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ศาลชั้นต้นจะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 มาใช้บังคับไม่ได้นั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ซึ่งศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงว่า ระหว่างวันที่ 6 มิถุนายน 2539 ถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2539 จำเลยได้ขุดเอาดินไปจากที่ดินของโจทก์เป็นเนื้อดินประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตร เป็นเงิน 24,000 บาท ศาลฎีกาเห็นว่า ดินที่จำเลยขุดไปเป็นทรัพย์สินของโจทก์ จำเลยไม่มีสิทธิที่จะขุดดินไปจากที่ดินของโจทก์ เมื่อจำเลยขุดเอาดินของโจทก์ไป โจทก์ย่อมฟ้องบังคับให้จำเลยนำดินที่ขุดไปนั้นคืนมาหรือขอให้จำเลยชดใช้ราคาได้ ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยขุดดินของโจทก์ไปขายให้แก่บุคคลอื่นแล้ว โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้ราคาดินดังกล่าวแก่โจทก์ได้ เป็นการใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิที่จะยึดถือไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 มิใช่ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด จึงไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ดังที่จำเลยอ้าง ทั้งการฟ้องคดีเพื่อใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนดังกล่าวนั้น โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของมีสิทธิติดตามได้เสมอ เว้นแต่กรณีจะต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และ 1383 โจทก์จึงจะหมดสิทธิติดตามเอาคืน ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความและพิพากษาให้จำเลยใช้ราคาดินแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2548 นายเผื่อน โสพิศ โจทก์ นายเมือง ยังเฟื่อง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเผื่อน โสพิศ · จำเลย - นายเมือง ยังเฟื่อง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · วิบูลย์ มีอาสา · ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 5095/2556ฎีกา 231/2482ฎีกา 6560/2555ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1052/2509ฎีกา 4415/2528ฎีกา 967/2491ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4832/2536ฎีกา 4185/2547ฎีกา 602/2490ฎีกา 546/2532ฎีกา 1077/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ