⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1726/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สมรสได้ตกลงแบ่งปันทรัพย์สินกันเรียบร้อยแล้วก่อนการจดทะเบียนหย่า แม้ข้อตกลงนั้นจะไม่ได้ระบุไว้ในทะเบียนการหย่า เจ้าหนี้ของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่มีอำนาจนำทรัพย์สินที่ได้แบ่งปันไปแล้วนั้นไปบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยผู้เป็นสามีจดทะเบียนหย่ากัน แม้ข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์สินระหว่างกันจะไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนการหย่าแต่ในหนังสือแสดงความประสงค์สมัครใจหย่ากันอันเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการสำหรับให้คู่กรณีกรอกข้อความนั้นระบุไว้ว่า 'ในเรื่องทรัพย์สินบริคณห์ต่าง ๆ ได้จัดการแบ่งปันกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว'และได้ความว่าผู้ร้องเป็นฝ่ายได้ที่ดินพิพาท ดังนี้ ย่อมถือว่าได้มีการแบ่งปันทรัพย์สินกันเรียบร้อยแล้วนับแต่วันจดทะเบียนหย่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยไม่มีอำนาจนำยึดที่พิพาทได้อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1512

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลย แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยเฉพาะจำเลยที่ ๒ ยอมใช้เงินให้โจทก์ ๒๐๐,๐๐๐ บาทแล้วไม่ใช้ โจทก์จึงขอบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ ๖๕๙๓ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ถูกยึด ขอให้ปล่อยทรัพย์ โจทก์ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนการยึด โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ ชีวิตสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ ๒ ไม่ค่อยราบรื่นถึงกับจะหย่ากันมาครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมาก็มีเรื่องอีก จึงได้ทำหนังสือหย่ากันตามเอกสาร ร.๒ และต่อมาได้จดทะเบียนการหย่าเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม๒๕๑๐ ตามเอกสาร ร.๓ การจดทะเบียนหย่านี้ไม่ใช่การแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กันเพื่อจะป้องกันมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากสินสมรส และปรากฏตามหนังสือแสดงความประสงค์สมัครใจหย่าขาดจากกันเอกสาร ร.๔ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการที่ให้คู่กรณีกรอกข้อความ ระบุไว้ด้วยว่า"ในเรื่องทรัพย์สินบริคณห์ต่าง ๆ ได้จัดการแบ่งปันกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว"ฟังได้ว่าได้มีการแบ่งทรัพย์สินกันแล้ว โดยผู้ร้องได้ที่ดินรายพิพาทจำเลยที่ ๒ ได้รถยนต์ ฉะนั้น นับแต่จดทะเบียนการหย่าเป็นต้นไป ต้องถือว่าทรัพย์สินระหว่างจำเลยที่ ๒ กับผู้ร้องได้แยกจากกันเสียแล้ว แม้ข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์สินจะไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนการหย่า แต่ก็มีข้อความในเอกสาร ร.๔ ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ของทางราชการซึ่งย่อมแปลได้ว่าผู้ร้องและจำเลยที่ ๒ มีเจตนาที่จะให้การตกลงนี้เป็นผลของการหย่า ซึ่งได้มีการจดทะเบียนในวันที่ปรากฏในเอกสาร ร.๔ นั่นเอง ถือได้ว่าได้มีการแบ่งปันทรัพย์สินกันเรียบร้อยแล้วตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๐๒/๒๕๐๘ และเมื่อได้จดทะเบียนการหย่าและแบ่งทรัพย์สินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจจะนำยึดที่ดินโฉนดที่ ๖๕๙๓ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างอันตกเป็นของผู้ร้องเสียแล้วตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๔๑/๒๕๐๙ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2513 บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด โจทก์ บริษัทแอลโก จำกัด ที่ 1 นายประสาสน์ โกมลภิส ที่ 2 นางสาวสุรีย์ ไชยสงวนธรรม ที่ 3 จำเลย นางสุภา โกมลภิส ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด · 2 - บริษัทแอลโก จำกัด ที่ 1 นายประสาสน์ โกมลภิส ที่ · จำเลย - นางสาวสุรีย์ ไชยสงวนธรรม ที่ 3 · ผู้ร้อง - นางสุภา โกมลภิส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยง โรจนสุพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2679/2537ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 888/2511ฎีกา 1492/2510ฎีกา 541/2509ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537ฎีกา 2220/2535ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 1445/2482ฎีกา 1141/2540ฎีกา 805/2506ฎีกา 249/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา