⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 635/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2511

ป.พ.พ. ม.237 · ป.วิ.แพ่ง ม.288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้โอนทรัพย์สินให้บุคคลภายนอกโดยรู้ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ถือเป็นการฉ้อฉลเจ้าหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธินำทรัพย์สินนั้นมาบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

หลังจากที่ศาลพิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ให้โจทก์.ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีทรัพย์สินอื่นอีก ดังนี้ การที่จำเลยซื้อที่พิพาทแล้วยกให้ผู้ร้อง จึงเป็นการกระทำที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้โจทก์กระทำลงโดยรู้ว่าเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบเป็นการฉ้อฉลโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 โจทก์มีสิทธินำยึดที่พิพาทมาบังคับคดีชำระหนี้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์นำยึดที่ดิน ๑ แปลงเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องร้องขอให้ปล่อยการยึด ศาลชั้นต้นให้ถอนการยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่าเงินที่ใช้ในการซื้อที่พิพาททั้งหมดเป็นของจำเลยหรืออยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย จำเลยเป็นผู้ซื้อที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง โดยลงชื่อผู้ร้องเป็นผู้ซื้อและเป็นเจ้าของศาลฎีกาเห็นว่า การยกที่พิพาทให้ผู้ร้อง จำเลยกระทำหลังจากที่ศาลได้พิพากษาให้จำเลยต้องรับผิด คือ ชำระหนี้ให้โจทก์เป็นเงินหนึ่งหมื่นแปดร้อยบาทแล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยมีทรัพย์สินอื่นอีก ดังนี้ การที่จำเลยซื้อที่พิพาทให้ผู้ร้อง จึงเป็นการกระทำที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้โจทก์กระทำลงโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ เป็นการฉ้อฉลโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ โจทก์มีสิทธินำยึดที่พิพาทมาดำเนินการบังคับคดีเอาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้ ที่ผู้ร้องฎีกาว่า คดีนี้เป็นกรณีที่นายเก๋าขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง จำเลยเพียงแต่เป็นผู้กระทำนิติกรรมแทนผู้ร้อง ไม่เป็นการฉ้อฉลเจ้าหนี้นั้น ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2511 นายชื่น มีคำ โจทก์ นายวงษ์ ทองอ่อน ล. นายพินิจ ทองอ่อน โดยนายวงษ์ ทองอ่อน บิดา ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชื่น มีคำ · ล. - นายวงษ์ ทองอ่อน · ผู้ร้อง - นายพินิจ ทองอ่อน โดยนายวงษ์ ทองอ่อน บิดา ผู้แทนโดยชอบธรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายเพียร สุมิระ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพี้ยง บุญรักษา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2675/2559ฎีกา 1706/2515ฎีกา 5265/2533ฎีกา 1827/2506ฎีกา 6351/2534ฎีกา 924/2503ฎีกา 648/2513ฎีกา 396/2523ฎีกา 7198/2558ฎีกา 704/2522ฎีกา 548/2532ฎีกา 1707/2529ฎีกา 3454/2533ฎีกา 1762/2530ฎีกา 264/2547ฎีกา 1237/2555ฎีกา 1130/2496ฎีกา 8856/2551ฎีกา 3832/2530ฎีกา 472/2551ฎีกา 3409/2525ฎีกา 1218/2534ฎีกา 3278/2535ฎีกา 2518/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา