⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 924/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2503

ป.พ.พ. ม.1483 · ป.วิ.แพ่ง ม.288, 290

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแบ่งแยกสินบริคณห์ไม่ใช่การร้องขัดทรัพย์ แต่เป็นการขอให้ศาลสั่งให้แยกทรัพย์สินส่วนของลูกหนี้ออกมาเพื่อชำระหนี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่ได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ไปแล้ว ยังคงมีสิทธิยื่นคำร้องขอแบ่งสินบริคณห์ของลูกหนี้ได้อีก

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหนี้ยื่นคำร้องว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นสินบริคณห์ ขอให้แยกสินบริคณห์ซึ่งถูกศาลยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดแยกเป็นส่วนของสามี ดังนี้ ไม่ใช่เป็นการร้องขัดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ แพ่ง มาตรา 288 หากแต่เป็นการขอแบ่งแยกสิบริคณห์ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2503) การขอเฉลี่ยทรัพย์ คือการขอให้ได้รับชำระหนี้ โดยส่วนเฉลี่ยกับเจ้าหนี้ผู้ทำการยึดทรัพย์จากทรัพย์ของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้ยึดไว้ ส่วนการขอแบ่งแยกสินบริคณห์ คือ การขอเอาส่วนอันเป็นส่วนของลูกหนี้ผู้ร้องออกมา การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอเฉลี่ยและได้เฉลี่ยว่า เป็นสินบริคณห์ก็มิได้ทำให้สิทธิของเจ้าหนี้ในการที่จะขอแบ่งสินบริคณห์มาชำระหนี้หายไป เจ้าหนี้ย่อมที่จะยื่นคำร้องขอแบ่งสินบริคณห์ของลูกหนี้ได้อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1483

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1483 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานยึดที่ดินสวนยาง ๑ แปลง ของจำเลยซึ่งศาลได้ขายทอดตลาดไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๐๒ ได้เงิน ๓๑,๑๐๐ บาทต่อมาวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๐๒ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเป็นเจ้าหนี้นายวิชัยสามีจำเลยตามคำพิพากษาของศาลคดีแดงที่ ๙๖/๒๕๐๒ ยังมิได้ชำระหนี้ ขอให้แยกสินสมรสอันเป็นสินบริคณห์ส่วนของนายวิชัยสามี จำนวนเงิน ๑๕,๕๕๐ บาท ชำระหนี้ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเกินกำหนดเวลาร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ให้ยกคำร้อง แต่ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้ พิจารณาพิพากษาต่อไป โจทก์ฎีกาว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ไว้ครั้งหนึ่งแล้ว มิได้ขอแยกสินบริคณห์ โจทก์จึงยอมให้เฉลี่ยได้เป็นอันยุติแล้ว ต่อมาผู้ร้องกลับมาร้องอีกว่า ขอแบ่งแยกสินบริคณห์สมรสเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากยอมให้ผู้ร้องร้องได้ใหม่ คดีย่อมไม่มีสิ้นสุดกันเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า กรณีนี้หาตกอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๘ ไม่ เพราะไม่ใช่การร้องขัดทรัพย์หากแต่เป็นการขอแบ่งแยกสินบริคณห์ การขอเฉลี่ยทรัพย์ คือการขอให้ได้รับชำระหนี้ โดยส่วนเฉลี่ยกับเจ้าหนี้ผู้ทำการยึดทรัพย์จากทรัพย์ของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้ยึดไว้ ส่วนการขอแบ่งแยกสินบริคณห์ คือ การขอเอาส่วนอันเป็นส่วนของลูกหนี้ผู้ร้องออกมา กรณีจึงต่างกัน การที่ผู้ร้องได้เฉลี่ย แม้ผู้ร้องจะไม่ได้กล่าวไว้ในชั้นขอเฉลี่ยว่าเป็นสินบริคณห์ มิทำให้สิทธิของเจ้าหนี้ในการที่จะขอแบ่งสินบริคณห์มาชำระหนี้หายไป ส่วนที่โจทก์ว่า ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่มีที่สิ้นสุดนั้น เมื่อผู้ร้องมีเหตุที่จะร้องตามกฎหมายและร้องมาภายในขอบเขตของกฎหมาย ศาลก็ย่อมจะรับไว้พิจารณา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2503 นางสิวเหลง ตั้งปอง โจทก์ นางตุ้น สินสกุล จำเลย นางสมศุข ณ ระนอง ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสิวเหลง ตั้งปอง · จำเลย - นางตุ้น สินสกุล · ผู้ร้อง - นางสมศุข ณ ระนอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทักษ์มนูศาสตร์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิชัยบัณฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายมั่น จุติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1827/2506ฎีกา 6351/2534ฎีกา 1814/2538ฎีกา 2700/2520ฎีกา 396/2523ฎีกา 2159/2567ฎีกา 7198/2558ฎีกา 704/2522ฎีกา 548/2532ฎีกา 1762/2530ฎีกา 264/2547ฎีกา 1237/2555ฎีกา 8856/2551ฎีกา 3832/2530ฎีกา 472/2551ฎีกา 3409/2525ฎีกา 2238/2532ฎีกา 2518/2531ฎีกา 3278/2535ฎีกา 811/2506ฎีกา 310/2518ฎีกา 901/2511ฎีกา 3051/2533ฎีกา 11161/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา