คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11161/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเฉลี่ยทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๐ วรรคสองนั้น หมายถึงการขอเฉลี่ยจากทรัพย์สินที่ถูกยึดในคดีนั้นๆ เท่านั้น ไม่รวมถึงทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาคนอื่นในคดีอื่น.
ย่อคำพิพากษา
ความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ วรรคสองที่ว่า ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำขอเฉลี่ยทรัพย์ เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่นๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา นั้น คำว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาในที่นี้หมายความถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาผู้ถูกยึดทรัพย์สินอยู่ในคดีนี้ ถ้าไม่มีทรัพย์สินอื่นอีก ผู้ขอก็ขอเฉลี่ยจากเงินที่ขายทรัพย์ได้ หาได้หมายความถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาคนอื่นในคดีที่ผู้ขอเฉลี่ยชนะคดีไม่ (อ้างฎีกาที่ ๑๗๖/๒๔๙๔)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์บังคับคดีนำยึดทรัพย์จำเลยที่ ๑-๒ ขายทอดตลาด ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๒ ตามคำพิพากษาในคดีอีกเรื่องหนึ่ง ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยอ้างว่า จำเลยไม่มีทรัพย์อื่นอีก
โจทก์คัดค้านว่า คดีที่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มีลูกหนี้หลายคน ผู้ร้องยังมิได้บังคับคดีแก่ลูกหนี้คนใดเลย จะอ้างว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินไม่ได้ ลูกหนี้อื่นมีทรัพย์สินพอจะชำระหนี้
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นางอุบลจำเลยลูกหนี้คนหนึ่งของผู้ร้องยังมีที่ดิน ผู้ร้องชอบที่ติดจะติดตามนำยืดทรัพย์นางอุบลก่อน ไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์สินในดคีนี้ สั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นางอุบลลูกหนี้ตามคำพิพากษาอีกคนหนึ่งจะมีทรัพย์สินหรือไม่ ไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับสิทธิของผู้ร้องที่จะขอเฉลี่ยทรัพย์ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ ๒ ไม่มีทรัพย์สินอะไรอีก ผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยจากทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ที่ถูกยึดและขายทอดตลาดได้พิพากษากลับ อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามคำร้อง
โจทก์ฎีกาว่า นางอุบลลูกหนี้ตามคำพากษาอีกคนหนึ่งของผู้ร้องยังมีทรัพย์สินอยู่อีก ผู้ร้องจึงขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ไม่ได้
ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ วรรคสอง ที่ห้ามมิให้ศาลอนุญาติตามคำขอเฉลี่ยทรัพย์ เว้นแต่ศาลเห็นว่า ผู้ยื่นคำขอไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่นๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น คำว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาในที่นี้ หมายความถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาผู้ถูกยึดทรัพย์สินอยู่ในคดีนี้ถ้าไม่มีทรัพย์สินอื่นอีก ผู้ขอก็ขอเฉลี่ยจากเงินที่ขายทรัพย์ได้ หาได้หมายความถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาคนอื่นในคดีที่ผู้ขอเฉลี่ยชนะคดีไม่ ดังฎีกาที่ ๑๗๖/๒๔๙๔ ที่ศาลอุทธรณ์อ้าง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11161/2511
นางเกี้ยว จองสกุล โจทก์
นายพิน ทองประดับ ที่ 1
นายเริ่ม ทองประดับ ที่ 2
นายแดง ฮางเต็ก ที่ 3 จำเลย
บริษัทปั่นเซ่งหิ้น จำกัด โดยนายสุรพล อุสาหะ ประธานกรรมการ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเกี้ยว จองสกุล · 1 - นายพิน ทองประดับ ที่ · 2 - นายเริ่ม ทองประดับ ที่ · จำเลย - นายแดง ฮางเต็ก ที่ 3 · ผู้ร้อง - บริษัทปั่นเซ่งหิ้น จำกัด โดยนายสุรพล อุสาหะ ประธานกรรมการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท · ใหญ่ ศาลยาชีวิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญชัย สัจจวานิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา