⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2842/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2549

ป.วิ.แพ่ง ม.7, 290, 302

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์คือศาลชั้นต้นที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น 2. การยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนวันที่มีการขายทอดตลาดไม่เป็นการขัดต่อกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำร้องเฉลี่ยทรัพย์เป็นคำร้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีอย่างหนึ่งซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) บัญญัติให้เสนอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีตามมาตรา 302 และตามบทบัญญัติมาตรา 302 วรรคหนึ่ง ศาลที่มีอำนาจออกหมายบังคับคดีหรือมีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องใดอันเกี่ยวด้วยการบังคับคดี คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น ดังนั้นศาลที่ออกหมายบังคับให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 290 วรรคหนึ่ง สำหรับคดีนี้จึงได้แก่ศาลชั้นต้น ส่วนศาลจังหวัดปทุมธานีเป็นเพียงศาลที่บังคับคดีแทนการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว มาตรา 290 วรรคสี่ บัญญัติหลักเกณฑ์เพียงว่าการขอเฉลี่ยทรัพย์นั้นอย่างช้าที่สุดต้องยื่นคำร้องก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่มีการขายทอดตลาดมิได้ห้ามมิให้ยื่นคำร้องก่อนวันที่มีการขายทอดตลาด ทั้งสิทธิของผู้ร้องที่จะขอเฉลี่ยทรัพย์ก็เกิดมีขึ้นตั้งแต่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หาใช่ยังไม่มีสิทธิดังกล่าว ก่อนวันที่มีการขายทอดตลาดไม่ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนวันที่มีการขายทอดตลาดจึงไม่ขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,276,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดปทุมธานี ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 17119 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 4251/2543 ซึ่งพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 6,074,410 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่ผู้ร้อง จำเลยไม่มีทรัพย์สินที่ผู้ร้องจะนำยึดมาบังคับชำระหนี้ได้ เนื่องจากเจ้าหนี้อื่นรวมทั้งโจทก์ยึดไว้หมดแล้ว ทรัพย์สินอื่นที่เหลือล้วนติดจำนองและหนี้จำนองท่วมราคาทรัพย์สิน ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่สามารถชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่นๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินได้ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำร้องคำเฉลี่ยทรัพย์เป็นคำร้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีอย่างหนึ่ง ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) บัญญัติให้เสนอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีตามมาตรา 302 และตามบทบัญญัติมาตรา 302 วรรคหนึ่ง ศาลที่มีอำนาจออกหมายบังคับคดีหรือมีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องใดๆ อันเกี่ยวด้วยการบังคับคดี คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น ดังนั้น ศาลที่ออกหมายบังคับให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 290 วรรคหนึ่ง สำหรับคดีนี้จึงได้แก่ศาลชั้นต้น ส่วนศาลจังหวัดปทุมธานีเป็นเพียงศาลที่บังคับคดีแทน การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนวันที่มีการขายทอดตลาดเพราะมาตรา 290 วรรคสี่ บัญญัติให้ยื่นคำร้องก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่มีการขายทอดตลาด ก่อนการขายทอดตลาดสิทธิในการขอเฉลี่ยทรัพย์จึงยังไม่เกิดมีขึ้นนั้น มาตรา 290 วรรคสี่ บัญญัติหลักเกณฑ์เพียงว่าการขอเฉลี่ยทรัพย์นั้นอย่างช้าที่สุดต้องยื่นคำร้องก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันที่มีการขายทอดตลาด มิได้ห้ามมิให้ยื่นคำร้องก่อนวันที่มีการขายทอดตลาด ทั้งสิทธิของผู้ร้องที่จะขอเฉลี่ยทรัพย์ก็เกิดมีขึ้นตั้งแต่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หาใช่ยังไม่มีสิทธิดังกล่าวก่อนวันที่มีการขายทอดตลาดไม่ คำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องจึงไม่ขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2549 นายชำนาญ ตระกูลบุญรักษ์ กับพวก โจทก์ บริษัทพาร์ค แอนด์ คันทรี จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชำนาญ ตระกูลบุญรักษ์ กับพวก · จำเลย - บริษัทพาร์ค แอนด์ คันทรี จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคักดิ์ เนตรมัย · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1411/2513ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 6300/2552ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1065/2505ฎีกา 5449/2531ฎีกา 591/2513ฎีกา 462/2507ฎีกา 553/2510ฎีกา 8689/2558ฎีกา 6278/2560ฎีกา 1254/2503ฎีกา 8212/2561ฎีกา 46/2535ฎีกา 3241/2532ฎีกา 1498/2566ฎีกา 544/2520ฎีกา 751/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ