คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963-965/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งอายัดเงินย่อมมีผลต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา และการขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ถูกอายัดต้องยื่นคำขอเสียก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้.
ย่อคำพิพากษา
เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องชำระให้แก่จำเลยไว้ก่อนศาลพิพากษา คำสั่งอายัดเงินย่อมมีผลต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามมาตรา 260(2)
ตามมาตรา 290 วรรค 4 ต้องยื่นคำขอเฉลี่ยเสียก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ กำหนดเวลาชำระเงินต้องมีในคำสั่งอายัดตามมาตรา 311 จึงเห็นได้ว่ามีกำหนดเวลาให้ยื่นคำขอเฉลี่ยได้ก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ในหมายอายัดชั่วคราวของศาลไม่ได้กำหนดวันเวลาที่จำเลยจะต้องชำระเงินไว้ จึงไม่มีกำหนดเวลาที่ผู้ร้องจะขอเฉลี่ยได้ก่อนที่มีการชำระเงิน ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเมื่อทรัพย์ที่อายัดได้ส่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินค่าอุปกรณ์การก่อสร้างและเครื่องไฟฟ้า และขอให้ศาลสั่งอายัดเงินซึ่งจำเลยจะได้รับจากองค์การ ร.ส.พ. ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งอายัด
จำเลยสู้ว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ไม่ถึงจำนวนเงินที่โจทก์ฟ้อง ส่วนเงินตามเช็คจำเลยไม่ต้องรับผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งการอายัดเงินต่อผู้จัดการองค์การ ร.ส.พ.สาขาลำปาง ผู้จัดการได้ส่งมอบเงินที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากองค์การ ร.ส.พ. ให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี
ผู้ร้องร้องขอเฉลี่ยเงินที่ยึดมา
ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้ร้องมาขอเฉลี่ยเมื่อทรัพย์ที่อายัดได้ส่งให้จ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ขอเฉลี่ยไม่ได้ ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า การที่โจทก์อายัดเงินจำเลยก่อนมีคำพิพากษานี้กรณีไม่เป็นการอายัดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ วรรค ๔ เพราะการอายัดทรัพย์ตามมาตราดังกล่าวจะต้องเป็นการอายัดทรัพย์สินเมื่อมีคำพิพากษาแล้ว เมื่อโจทก์ได้ขออายัดเงินของจำเลยไว้ก่อนมีคำพิพากษาและเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดเงินจำเลยมาจากองค์การ ร.ส.พ. สาขาลำปาง กรณีจึงเป็นการยึดเงินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ วรรค ๕ ซึ่งให้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์สินเสียก่อนสิ้นระยะเวลา ๑๔ วัน นับแต่วันยึด เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดเงินของจำเลยเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ ผู้ร้องขอเฉลี่ยภายในกำหนด ๑๔ วัน ไม่เป็นการร้องขอเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้ว จึงพิพากษากลับให้รับคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินที่องค์การ ร.ส.พ.สาขาลำปางจะต้องชำระเงินให้แก่จำเลยไว้ก่อนศาลพิพากษา เมื่อศาลพิพากษาคดีให้โจทก์ชนะ คำสั่งอายัดเงินย่อมมีผลต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา ตามมาตรา ๒๖๐(๒) โดยโจทก์ได้ขอหมายบังคับคดีภายในกำหนด ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับแล้ว ตามปกติตามมาตรา ๒๙๐ วรรค ๔ ต้องยื่นคำขอเฉลี่ยเสียก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ กำหนดเวลาชำระเงินต้องมีในคำสั่งอายัดตามมาตรา ๓๑๑ จึงเป็นที่เห็นได้ว่ามีกำหนดเวลาให้ยื่นคำขอเฉลี่ยได้ก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ แต่คดีนี้เป็นการอายัดก่อนคำพิพากษา หมายอายัดชั่วคราวของศาลไม่ได้กำหนดวันเวลาที่จำเลยจะต้องชำระเงินไว้จึงไม่มีกำหนดเวลาที่ผู้ร้องจะขอเฉลี่ยได้ก่อนที่มีการชำระเงิน ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอเฉลี่ยดังกล่าวได้ และคดีหาใช่เป็นกรณียึดเงินดังที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๐ วรรค ๕ ไม่ และเมื่อวินิจฉัยดังกล่าวมานี้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยถึงว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จะเป็นคำวินิจฉัยที่นอกฟ้องอุทธรณ์หรือไม่
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963 - 965/2510
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เต็กหมง โดยนายมงคล บูรมินเทนทร์ หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์
นายเฉลิม หรือเฉลิมชัย อุ่นเรือน กับพวก จำเลย
นางบุญนิตย์ วรกุล กับพวก ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เต็กหมง โดยนายมงคล บูรมินเทนทร์ หุ้นส่วนผู้จัดการ · จำเลย - นายเฉลิม หรือเฉลิมชัย อุ่นเรือน กับพวก · ผู้ร้อง - นางบุญนิตย์ วรกุล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วงษ์ วีระพงศ์ · พจน์ ปุษปาคม · ศริ มลิลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำปาง - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย์ วาทิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา