⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3240/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3240/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากมูลความแห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกได้ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งหมดต่อศาลที่จำเลยคนใดคนหนึ่งมีภูมิลำเนาได้ แม้จะมีข้อตกลงให้ฟ้องคดีต่อศาลอื่นก็ตาม.

ย่อคำพิพากษา

แม้ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จะมีข้อตกลงว่าหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นจากสัญญาให้นำข้อพิพาทขึ้นฟ้องร้องยังศาลแพ่งสัญญาดังกล่าวจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไม่ได้เป็นคู่สัญญาด้วย จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการเรียกร้องให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันรับผิดใช้เงินค่าทดแทนจำนวนเดียวกัน อันเป็นมูลความแห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ต่อศาลจังหวัดปทุมธานีได้ตามป.วิ.พ. มาตรา 5 วรรคสอง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่ากลางปี พ.ศ. 2524 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเพื่อก่อสร้างเป็นแนวถนนสายใหม่ ราคาปานกลางที่ทางราชการประเมินไว้ไร่ละ 120,000 บาท แต่จำเลยที่ 1 โดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการซึ่งมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 รวมอยู่ด้วยได้กำหนดค่าทดแทนแก่โจทก์โดยไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องกับหลักเกณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกา ให้เพียงไร่ละ 40,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันจ่ายค่าทดแทนหรือค่าสินไหมทดแทนจำนวน 500,800 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งห้าให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดปทุมธานี โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องยังศาลแพ่งตามข้อตกลงในสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 260,833.33 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าทดแทนจำนวน 375,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ข้อพิพาทที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นข้อพิพาทที่เกิดจากสัญญาตามเอกสารหมาย ล.23 โจทก์ต้องฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 7(4) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลจังหวัดปทุมธานีนั้นเห็นว่า สัญญาตามเอกสารหมาย ล.23 ทำขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไม่ได้เป็นคู่สัญญาด้วย แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร แต่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ก็มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ประกอบกับตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการเรียกร้องให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันรับผิดใช้เงินค่าทดแทนจำนวนเดียวกัน อันเป็นมูลความแห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกได้โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5ต่อศาลจังหวัดปทุมธานีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 5 วรรคสอง..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3240/2533 นาย สุโข ขาวละออ โจทก์ กรมโยธาธิการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุโข ขาวละออ · จำเลย - กรมโยธาธิการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา ธนานันท์ · ศักดา โมกขมรรคกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1411/2513ฎีกา 2334/2517ฎีกา 681/2506ฎีกา 8818/2551ฎีกา 620/2548ฎีกา 2766/2528ฎีกา 1511/2520ฎีกา 8672/2553ฎีกา 583/2548ฎีกา 7255/2539ฎีกา 841/2549ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 620/2475ฎีกา 2841/2547ฎีกา 2768/2530ฎีกา 1824/2567ฎีกา 1286/2481ฎีกา 6459/2546ฎีกา 3994/2540ฎีกา 729/2492ฎีกา 1783/2527ฎีกา 1307/2503ฎีกา 4306/2550ฎีกา 572/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ