⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1511/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1511/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตั้งตัวแทนในประเทศไทยเพื่อดูแลกิจการและผลประโยชน์ ไม่ถือว่าผู้เป็นตัวการซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ มีภูมิลำเนาในประเทศไทยสำหรับการดำเนินคดีในศาลไทย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตั้งจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ตั้งจำเลยที่ 5 เป็นตัวแทนในประเทศไทยเพื่อดูแลกิจการและผลประโยชน์ของจำเลย โดยให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 3 ที่ 5 ฐานละเมิดต่อโจทก์ ดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ตั้งตัวแทนดังกล่าวก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย เพราะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ไม่มีสำนักงานสาขาอยู่ในประเทศไทยหรือเลือกเอาประเทศไทยเป็นภูมิลำเนาในส่วนกิจการ อันทำในประเทศไทยด้วย โจทก์จึงไม่มี อำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ต่อศาลในประเทศไทย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.71

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ควบคุมเรือบลูเพิร์ลในฐานะลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ เจ้าของเรือ จำเลยที่ ๓ เป็นตัวแทนกิจการเดินเรือของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ในประเทศไทย จำเลยที่ ๔ รับประกันภัยเรือบลูเพิร์ล จำเลยที่ ๕ เป็นตัวแทนของบริษัทประกันภัยจำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๑ ควบคุมเรือออกจากทุ่นจอดด้วยความประมาทเลินเล่อ เรือจนชนศาลาบำเพ็ญกุศลของโจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งหกร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิจารณาฟ้องของโจทก์แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ มิได้มีถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานแห่งใหญ่หรือสาขาสำนักงานในประเทศไทย ไม่ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย ทั้งไม่ปรากฏว่าขณะนี้จำเลยอยู่ในประเทศไทย โจทก์จะฟ้องจำเลยดังกล่าวเป็นคดีต่อศาลในประเทศไทยไม่ได้ ไม่รับฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้รับคำฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีได้ความว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตั้งจำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ ตั้งจำเลยที่ ๕ เป็นตัวแทนในประเทศไทยเพื่อดูแลกิจการและผลประโยชน์ของจำเลยดังกล่าวในประเทศไทย โดยให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ ที่ ๕ ฐานละเมิดต่อโจทก์ ดังนี้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ต่อศาลในประเทศไทย แม้จะปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตั้งให้จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ ตั้งให้จำเลยที่ ๕ เป็นตัวแทนดังกล่าว ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยเพราะจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ไม่มีสำนักงานสาขาอยู่ในประเทศไทย หรือเลือกเอาประเทศไทยเป็นภูมิลำเนาในส่วนกิจการอันทำในประเทศไทยด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๐๗/๒๕๑๗ คดีระหว่างบริษัทไทยลำเลียง จำกัด โจทก์ บริษัทแปซิฟิคฟาร์อิสท์ ไลน์อิงค์ ฯ กับพวก จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1511/2520 วัดมหาวงษ์ โดยนายสมวงศ์ มีบุญ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเช็ง เก็งฮั้ว กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดมหาวงษ์ โดยนายสมวงศ์ มีบุญ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายเช็ง เก็งฮั้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุ่ม สุนทรชัย · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมบูรณ์ บุญภินนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2334/2517ฎีกา 3607/2531ฎีกา 8818/2551ฎีกา 3240/2533ฎีกา 620/2548ฎีกา 2766/2528ฎีกา 8672/2553ฎีกา 583/2548ฎีกา 484/2507ฎีกา 7255/2539ฎีกา 841/2549ฎีกา 1590/2503ฎีกา 620/2475ฎีกา 2841/2547ฎีกา 13140/2556ฎีกา 2768/2530ฎีกา 1824/2567ฎีกา 1286/2481ฎีกา 6459/2546ฎีกา 3994/2540ฎีกา 729/2492ฎีกา 1783/2527ฎีกา 279/2513ฎีกา 1307/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา