⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 484/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2507

ย่อคำพิพากษา

อันบริษัทจำกัดนั้น นอกจากสำนักงานใหญ่แล้ว จะมีสำนักงานสาขาที่ใดอีกก็ได้ และสาขาบริษัทใดก็คือส่วนหนึ่งของบริษัทนั้นนั่นเองไม่ต้องมีการจดทะเบียนให้สาขาเป็นบริษัทขึ้นอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.71 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1096 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1098 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1111

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ซึ่งเป็นทบวงการเมืองมีอำนาจหน้าที่จัดเก็บภาษีอากรศุลกากรฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าภาษีศุลกากรขาเข้าเป็นเงิน 908,624 บาท 70 สตางค์ และขอให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินยอดเดียวกันนั้นเป็นจำนวน 300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การรับว่า ได้ทำสัญญาค้ำประกันจริง แต่สัญญามีเงื่อนเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด สัญญาหมดอายุแล้ว จำเลยที่ 2 จึงหมดภาระผูกพัน โจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ดำเนินการกับจำเลยที่ 1 ให้ชำระ และเป็นความผิดของโจทก์ที่มาฟ้องคดีนี้โดยไม่ร้องขัดทรัพย์ในคดีที่จำเลยที่ 2 นำเจ้าพนักงานยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 โจทก์ไม่ควรฟ้องจำเลยที่ 2 ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ฟ้องธนาคารมณฑลจำกัด สาขาภูเก็ต เป็นจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 2 ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่างหากจากธนาคารมณฑลจำกัด นั้น ก็ถือได้ว่า โจทก์ฟ้องธนาคารมณฑลจำกัดซึ่งมีสาขาอยู่ที่ภูเก็ตนั้นเอง ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม พิพากษาให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามฟ้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ไม่ได้จดทะเบียนสาขาบริษัทเป็นบริษัทอีกต่างหากนั้นเห็นว่าอันบริษัทจำกัดนั้น นอกจากสำนักงานใหญ่แล้วจะมีสำนักงานสาขาที่ใดอีกก็ได้ และสาขาบริษัทก็คือส่วนหนึ่งของบริษัทนั้นนั่นเอง จึงไม่ต้องมีการจดทะเบียนให้สาขาเป็นบริษัทขึ้นอีก คดีนี้โจทก์เรียกจำเลยที่ 2 ว่า "บริษัทธนาคารมณฑลจำกัด สาขาภูเก็ต" และกล่าวความในฟ้องถึงธนาคารมณฑลจำกัดไว้ต่าง ๆ นั้น ต้องถือว่าโจทก์ฟ้องธนาคารมณฑลจำกัดนั่นเอง หาใช่ฟ้องบุคคลอื่นใดไม่ และเห็นว่า ไม่มีเหตุใดที่จะตัดสิทธิมิให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2507 กรมศุลกากร โดยพลตำรวจตรีอรรถสิทธิ์ สิทธิสุนทร อธิบดี โจทก์ บริษัทฟาร์อีสคอนสตรัคชั่นเซอร์วิสอินคอปอเรชั่น จำกัด โดยนายอาร์ จี อาร์ แชพแมน ผู้จัดการบริษัท ที่ 1 จำเลย บริษัทธนาคารมณฑล จำกัด สาขาภูเก็ต โดยนายสุวิทย์ ฉางทองคำ ผู้รับมอบอำนาจ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร โดยพลตำรวจตรีอรรถสิทธิ์ สิทธิสุนทร อธิบดี · จำเลย - บริษัทฟาร์อีสคอนสตรัคชั่นเซอร์วิสอินคอปอเรชั่น จำกัด โดยนายอาร์ จี อาร์ แชพแมน ผู้จัดการบริษัท ที่ 1 · จำเลย - บริษัทธนาคารมณฑล จำกัด สาขาภูเก็ต โดยนายสุวิทย์ ฉางทองคำ ผู้รับมอบอำนาจ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ยง เหลืองรังษี · พร สุขารมณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4143/2532ฎีกา 2766/2528ฎีกา 1511/2520ฎีกา 13140/2556ฎีกา 1671/2494ฎีกา 2885/2532ฎีกา 279/2513ฎีกา 133/2544ฎีกา 2229/2521ฎีกา 6554/2544ฎีกา 1369/2525ฎีกา 347/2506ฎีกา 4954/2533ฎีกา 9264/2542ฎีกา 1121/2513ฎีกา 1069/2519ฎีกา 2571/2523ฎีกา 99/2524ฎีกา 474-475/2513ฎีกา 471/2519ฎีกา 3234/2522ฎีกา 2653/2526ฎีกา 4207/2543ฎีกา 565/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา