⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 344/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2494

ป.พ.พ. ม.851, 1096, 1144 · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 61

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. กรรมการสองนายมีอำนาจลงนามและประทับตราสำคัญแทนบริษัทได้ 2. สัญญาประนีประนอมยอมความที่ฝ่ายที่ต้องรับผิดลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานเพียงพอให้บังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อบังคับของบริษัทมีความว่า "กรรมการ 2 นาย มีอำนาจลงนามในสัญญาตราสารหรือเอกสารสำคัญแทนบริษัทแต่ต้องประทับตราของบริษัทด้วย" ดังนี้กรรมการของบริษัท 2 นายย่อมมีอำนาจลงนามและประทับตราของบริษัทในใบแต่งทนายเพื่อฟ้องคดีเรียกเงินจากลูกหนี้ของบริษัทได้โดยชอบ สัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 851 นั้นมิได้บังคับไว้ว่าจะต้องลงลายมือชื่อของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงไว้ในหนังสือฉะนั้นเมื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดตามสัญญา ลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือสัญญาเป็นหลักฐานแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งย่อมฟ้องร้องให้บังคับคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.61 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1096 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.61 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1096 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาส่งไม้สักขาย โจทก์รับเงินมัดจำไป ๒๐,๐๐๐ บาทแล้วผิดสัญญา เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๐ โจทก์กับจำเลยทั้ง ๒ ได้ตกลงทำหนังสือประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยที่ ๑ ยอมคืนเงินมัดจำ ๒๐๐๐ บาทให้โจทก์ทั้งยอมใช้ค่าเสียหายให้โจทก์อีก ๒๖,๕๐๐ บาทภายในกำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมเป็นต้นไปจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันเงินสองจำนวนนี้จำเลยที่ ๑ ได้คืนเงินมัดจำ ๒๐๐๐๐ บาทกับใช้ค่าเสียหายให้โจทก์อีก ๑๐๐๐๐ บาทยังคงค้างอีก ๑๖๕๐๐ บาทยังไม่ชำระ จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยปฏิเสธความรับผิดหลายประการ ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ในฐานะลูกหนี้และจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันใช้เงิน ๑๖๕๐๐ บาทกับดอกเบี้ย แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องตามที่จำเลยโต้แย้งมานั้น ปรากฎว่าตามข้อบังคับของบริษัทมีว่า "กรรมการ ๒ นายมีอำนาจลงนามในสัญญาตราสาร หรือเอกสารสำคัญแทนบริษัทแต่ต้องประทับตราของบริษัทด้วย" เรื่องนี้นายมนัสและนายจำนงกรรมการของบริษัทรวม ๒ นาย ได้ลงนามและประทับตราของบริษัทลงในใบแต่งทนายเพื่อฟ้องคดี จึงเป็นการที่บริษัทแต่งทนายฟ้องจำเลยโดยชอบแล้ว จำเลยจะโต้แย้งว่าข้อบังคับดังกล่าวแล้ว ไม่รวมถึงการยื่นฟ้องด้วยนั้น ฟังไม่ขึ้น. สำหรับปัญหาที่ว่า สัญญาประนีประนอมมีชื่อกรรมการและผู้จัดการบริษัทโจทก์ลงนามแต่ผู้เดียว และไม่มีตราบริษัทประทับ จำเลยจึงถือว่าสัญญาประนีประนอมไม่ชอบใช้บังคับไม่ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามป.ม.แพ่งฯมาตรา ๘๕๑ มิได้มีข้อความบังคับไว้ว่าสัญญาประนีประนอมจะต้องมีลายมือชื่อของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงไว้ในหนังสือ เรื่องนี้โจทก์ฟ้องร้องขอให้บังคับคดีให้จำเลยรับผิด จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือนั้นไว้เป็นหลักฐานแล้ว บริษัทโจทกย่อมฟ้องให้บังคับคดีได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2494 บริษัทเสริมสิน จำกัด โจทก์ นายหลีอัน วงศ์ตระกูล หรือหลีอัน แซ่อุยที่ 1, นายอรุณ สีบุญเรืองที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเสริมสิน จำกัด · จำเลย - นายหลีอัน วงศ์ตระกูล หรือหลีอัน แซ่อุยที่ 1, นายอรุณ สีบุญเรืองที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกำธร พันธุลาภ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา