คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2592/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมาย ณ ภูมิลำเนาที่จดทะเบียนไว้ ถือเป็นผลให้จำเลยต้องยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลา หากไม่ยื่นถือว่าจงใจขาดนัด
ย่อคำพิพากษา
ตราบใดที่จำเลยยังมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงถิ่นที่ตั้ง สำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลยไปตั้งอยู่ ณ สถานที่แห่งอื่น ก็ต้องถือว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ ณ ถิ่นที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ตามที่ได้จดทะเบียนไว้ การที่โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย ณ ถิ่นที่ตั้ง สำนักงานแห่งใหญ่ จึงเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลย มิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายบังคับไว้ ต้องถือว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเรียกเงินค่าสินค้าที่โจทก์ได้ชำระให้จำเลยที่ ๑ คืน และค่าเสียหายอื่นพร้อมดอกเบี้ย เพราะจำเลยที่ ๑ ส่งสินค้าให้โจทก์ไม่ถูกต้องตามสัญญาและริบเงินค้ำประกันสัญญาซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันความเสียหายตามสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑
ต่อมาโจทก์ได้ถอนฟ้องเฉพาะตัวจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๑ ศาลสั่งขาดนัดยื่นคำให้การ ให้นัดสืบพยานโจทก์โดยแจ้งวันนัดให้จำเลยที่ ๑ ทราบ
ครั้นวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๒๔ ก่อนวันสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่าจำเลยเพื่อทราบเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๒๔ ว่าถูกฟ้อง จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ แต่เนื่องจากจำเลยย้ายภูมิลำเนาจากอาคารเดิม เลขที่ ๑๒๐ ถนนสีลมแขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ไปอยู่ยังที่ทำการใหม่เลขที่ ๑๑๔/๒๐ ถนนและแขวงเดียวกันกับภูมิลำเนาเดิมตั้งแต่งวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๒๓ และได้มอบหมายให้สำนักงานทนายความแห่งหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการการจดแจ้งการย้ายภูมิลำเนาแห่งใหม่ของจำเลยต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท แต่จนขณะที่ยื่นคำร้อง การจดทะเบียนย้ายที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ขออนุญาตยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ ๑ แล้วยกคำร้องจำเลยที่ ๑ ได้คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง
โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์นับตั้งแต่วันผิดนัด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏตามเอกสารหนังสือรับรองของสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมทะเบียนการค้าว่าสำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัทจำเลยที่ ๑ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๐ ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ดังนั้น จึงต้องถือว่า ภูมิลำเนาของจำเลยที่ ๑ อยู่ ณ สำนักงานแห่งใหญ่นั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๑ และจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ตามความเป็นจริงไปก่อนที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ กรณีจะเป็นเช่นใดก็ตาม ตราบใดที่จำเลยที่ ๑ ยังมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงถิ่งที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลยที่ ๑ ไปตั้งอยู่ ณ สถานที่แห่งอื่น ก็ต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ มีภูมิลำเนาอยู่ ณ เลขที่ ๑๒๐ ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นถิ่นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ตามที่ได้จดทะเบียนไว้ ดังนั้น การที่โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ณ ถิ่นตั้งสำนักงานใหญ่ดังกล่าวแล้วจึงเป็นการส่งโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๔,๗๖ และ ๗๙ แล้ว เมื่อจำเลยที่ ๑ มิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายบังคับไว้ กรณีต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2592/2527
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์
บริษัทเดลโก้ (ไทยแลนด์) จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · จำเลย - บริษัทเดลโก้ (ไทยแลนด์) จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยนต์ พิรวินิจ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายคำนึง อุไรรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา