คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6554/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดไม่มีสิทธิร้องสอดในคดีที่บริษัทถูกฟ้อง เพราะหนี้สินของบริษัทจำกัดนั้นจำกัดเพียงไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ผู้ถือหุ้นยังส่งใช้ไม่ครบ และการบังคับคดีต่อบริษัทไม่กระทบถึงทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้น
ย่อคำพิพากษา
++ เรื่อง บัญชีเดินสะพัด ตั๋วเงิน ค้ำประกัน จำนอง (ชั้นไม่รับคำร้องสอด) ++
ผู้ร้องสอดเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยซึ่งเป็นบริษัทจำกัด บรรดาหนี้สินของจำเลยที่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก จำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ผู้ร้องสอดยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ผู้ร้องสอดถือตาม ป.พ.พ.มาตรา 1096 หากศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี คำพิพากษาดังกล่าวย่อมกระทบแต่เฉพาะทรัพย์สิน สิทธิประโยชน์ และกิจการของจำเลย หากจะต้องมีการบังคับคดี ผู้ร้องสอดในฐานะผู้ถือหุ้นหาต้องถูกบังคับคดีด้วยไม่ ผู้ร้องสอดย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ จึงไม่มีสิทธิร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความด้วยการร้องสอดตาม ป.วิ.พ. มาตรา57(1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ตั๋วเงิน และสัญญาค้ำประกัน เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น ๘๗,๙๐๖,๔๓๑.๗๐บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๖.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๗๗,๔๘๓,๓๔๔.๖๗ บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หากไม่ชำระให้บังคับจำนองยึดทรัพย์จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว รวมตลอดทั้งยึดอายัดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว
ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นอ้างว่าผู้ร้องสอดมีส่วนได้เสียในคดีนี้ เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลย มีความจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่ในบริษัทจำเลยอันได้แก่สิทธิในทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์อื่นของจำเลย จึงขอร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑) ประกอบมาตรา ๕๘
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะขอร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑) ได้ให้ยกคำร้องสอด
ผู้ร้องสอดอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดว่า ผู้ร้องสอดมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑) ได้หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องสอดเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยซึ่งเป็นบริษัทจำกัด บรรดาหนี้สินของจำเลยที่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก ผู้ร้องสอดไม่ต้องรับผิดอย่างไม่มีจำกัดจำนวนความรับผิดของผู้ร้องสอดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ผู้ร้องสอดยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ผู้ร้องสอดถือ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๙๖ หากศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี คำพิพากษาดังกล่าวย่อมกระทบแต่เฉพาะทรัพย์สิน สิทธิประโยชน์ และกิจการของจำเลย หากจะต้องมีการบังคับคดีก็เป็นเพียงจำเลยเท่านั้นที่จะต้องถูกบังคับคดี ผู้ร้องสอดในฐานะผู้ถือหุ้นหาต้องถูกบังคับคดีด้วยไม่ ผู้ร้องสอดย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ จึงไม่มีสิทธิร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความด้วยการร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑)
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6554/2544
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์
นายเกียรติ ธรรมมงคล ผู้ร้องสอด
บริษัทชนาธิผล จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้องสอด - นายเกียรติ ธรรมมงคล · จำเลย - บริษัทชนาธิผล จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิบูลย์ มีอาสา · สุวัตร์ สุขเกษม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางนวลทิพย์ ฉัตรชัยสกุล · ศาลอุทธรณ์ - อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา