คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภาษีที่ชำระเกินยกมา สามารถนำไปหักกลบกับภาษีที่ต้องชำระในเดือนถัดไปได้จนกว่าจะหมด และหากมีภาษีชำระเกินเหลืออยู่หลังจากหักกลบแล้ว ก็ยังคงมีสิทธิใช้ภาษีชำระเกินที่เหลือไปใช้ในเดือนถัดไปได้
ย่อคำพิพากษา
เดือนภาษีมกราคม 2540 โจทก์มีภาษีชำระเกินยกมา 3,009,253.77 บาท ซึ่งตาม ป.รัษฎากร มาตรา 82/3 วรรคสาม ให้สิทธิโจทก์นำไปชำระภาษีในเดือนถัด ๆ ไปได้จนกว่าจะหมด การที่เจ้าพนักงานประเมินนำภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้ 511,661.12 บาท หักออกจากภาษีชำระเกินยกมา แล้วคงเหลือภาษีชำระเกินยกมา 2,497,492.65 บาท เป็นการนำภาษีที่โจทก์ต้องชำระเพิ่มมาหักออกจากภาษีที่ชำระเกินยกมาแล้วยังมีภาษีชำระเกินยกไปใช้ในเดือนถัดไป ดังนั้น โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชำระภาษีเพิ่มเติมและเงินเพิ่ม คงต้องรับผิดชำระเบี้ยปรับตามการประเมินเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 73.1 เลขที่ 3013310/05/101788 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2544 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ. 3 (อธ.1.1)/166/2548 ลงวันที่ 1 เมษายน 2548
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 73.1 เลขที่ 3013310/05/101788 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2544 และให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.3 (อธ.1.1)/166/2548 ลงวันที่ 1 เมษายน 2548 ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า เห็นว่า ในเดือนภาษีมกราคม 2540 โจทก์มีภาษีชำระเกินยกมา 3,009,253.77 บาท ซึ่งประมวลรัษฎากร มาตรา 82/3 วรรคสาม ให้สิทธิโจทก์นำไปชำระภาษีในเดือนถัด ๆ ไปได้จนกว่าจะหมด การที่เจ้าพนักงานประเมินนำภาษีที่ต้องชำระเดือนนี้ 511,661.12 บาท หักออกจากภาษีชำระเกินยกมาแล้ว โดยโจทก์แสดงรายการภาษีสุทธิชำระเกิน 3,520,915.66 บาท แต่เจ้าพนักงานประเมินได้แก้ไขภาษีสุทธิที่ชำระเกินคงเหลือ 2,497,253.77 บาท (ที่ถูก 2,497,592.65 บาท) เป็นการนำภาษีที่โจทก์ต้องชำระเพิ่มมาหักออกจากภาษีที่ชำระเกิน ยกมาแล้วยังมีภาษีที่ชำระเกินยกไปใช้ในเดือนถัดไป ดังนั้น โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชำระภาษีเพิ่มเติมและเงินเพิ่ม คงต้องรับผิดชำระเบี้ยปรับตามการประเมินเท่านั้น การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในส่วนนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยมาไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน สำหรับประเด็นตามคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 39 นั้น เห็นว่า โจทก์ไม่ได้กล่าวเป็นประเด็นไว้ในคำฟ้อง ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2538 มาตรา 29 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่รับวินิจฉัย
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 73.1) เลขที่ 3013310/05/101788 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2544 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ. 3 (อธ.1.1)/166/2548 ลงวันที่ 1 เมษายน 2548 เฉพาะที่ประเมินและวินิจฉัยให้โจทก์ชำระภาษีจำนวน 1,023,323.01 บาท และเงินเพิ่มจำนวน 752,142.40 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2555
บริษัทจี เอ็ม เอส เน็ทเวิร์ค จำกัด โจทก์
กรมสรรพากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทจี เอ็ม เอส เน็ทเวิร์ค จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระศักดิ์ นิศามณี · องอาจ โรจนสุพจน์ · พันวะสา บัวทอง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลภาษีอากรกลาง - นางกีรติ ตั้งธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ภษ.226/2549 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา