คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1948/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดการพิจารณาคำร้องขัดทรัพย์เพราะผู้ร้องประวิงคดี ถือว่าได้กล่าวไว้แจ้งชัดแล้วว่าผู้ร้องมิได้ประวิงคดีให้ชักช้า แม้จะอ้างเหตุเรื่องการย้ายภูมิลำเนาเป็นเหตุให้ยื่นคำร้องล่าช้าก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์ว่าผู้ร้องมิได้ประวิงคดีให้ชักช้าเหตุที่ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ชักช้าเพราะย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่อื่นอุทธรณ์ดังนี้ถือว่าได้กล่าวไว้แจ้งชัดในการโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นว่าผู้ร้องมิได้ประวิงคดีให้ชักช้า อุทธรณ์ของผู้ร้องชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินต่อศาลเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ค่าสินไหมทดแทน ผู้ร้องคัดค้านคำสั่งและไม่วางเงิน ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดี ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ผู้ร้องมิได้กล่าวไว้แจ้งชัดว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ชอบเพราะเหตุใด อุทธรณ์ผู้ร้องจึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 พิพากษายกอุทธรณ์ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ผู้ร้อง ชอบหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีผู้ร้องก็เพราะเห็นว่า ผู้ร้องทราบถึงการฟ้องคดีนี้ แต่ไม่ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความชั้นบังคับคดี กลับให้นายไพศาล แซ่ตั้ง เป็นผู้ร้องขัดทรัพย์ก่อน ตามคำร้องของผู้ร้องยืนยันว่า ทรัพย์พิพาทมีหนังสือสำคัญเป็นชื่อจำเลยที่ 2 ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์เพื่อประวิงคดี จึงให้ผู้ร้องวางเงิน30,000 บาทต่อศาล เพื่อประกันการชำระค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องมิได้ประวิงคดีให้ชักช้า เหตุที่ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ช้า เพราะย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว ผู้ร้องถูกปกปิดเรื่องการบังคับคดีและถูกปกปิดเรื่องจำเลยที่ 2 เอาที่ดินของผู้ร้องไปจดทะเบียนเป็นของจำเลยที่ 2 นั้น เป็นอุทธรณ์ที่กล่าวไว้แจ้งชัดในอุทธรณ์ โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องมิได้ประวิงคดีให้ชักช้า ซึ่งจะเป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องวางเงิน 30,000 บาท เพื่อเป็นการประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ได้ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องวางเงินตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ และผู้ร้องไม่วางเงินตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นก็จำหน่ายคดีผู้ร้องไม่ได้ อุทธรณ์ผู้ร้องชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 4 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องฟังขึ้น
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ ให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่"
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1948/2523
ธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด โจทก์
นายมนตรี แซ่ลี้ กับพวก จำเลย
นายพบ แก้วก่า ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด · จำเลย - นายมนตรี แซ่ลี้ กับพวก · ผู้ร้อง - นายพบ แก้วก่า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ เพียรรู้จบ · วิถี ปานะบุตร · จินดา บุญศิริ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา