⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 602/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2488

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องสอดที่เข้าเป็นจำเลยร่วม มีสิทธิเท่าเทียมกับจำเลยเท่านั้น จะใช้สิทธินอกเหนือไปจากสิทธิของจำเลยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่มีผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมนั้น ผู้ร้องสอดมีสิทธเท่าจำเลยเท่านั้น จะใช้สิทธินอกเหนือไปกว่าจำเลยหาได้ไม่ การที่สามีร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมกับภริยา จะปฏิเสธสัญญาที่จำเลยได้ทำไว้กับโจทก์ว่าไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วยตกเป็นโมฆะนั้น ซึ่งภริยาผู้ร้องสอดมิได้ต่อสู้ไว้ เช่นนี้ไม่ได้ ถือว่าเป็นการใช้สิทธิอย่างอื่นนอกไปจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่ตามมาตรา 58 วรรค 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเดิมที่ดิน ๘ โฉนดเป็นของบิดามารดาโจทก์จำเลย เมื่อบิดามารดาตายแล้วโจทก์ครอบครองเป็นเวลา ๑๕ ปี โดยจำเลยมิได้เกี่ยวข้อง ต่อมาจำเลยไปประกาศขอรับมฤดกทั้ง ๘ โฉนด จำเลยขอไม่ให้โจทก์คัดค้าน ๕ โฉนดโดยจะขายให้โจทก์เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท ส่วนอีก ๓ โฉนดจะตกลงกันภายหลัง ต่อมาจำเลยได้โอนขายที่ดิน ๕ แปลงแก่โจทก์โดยทำใบมอบฉันทะให้โจทก์เป็นผู้โอนแทน ที่ดินอีก ๓ โฉนดจำเลยขาดสิทธิรับมฤดก จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินทัง ๘ โฉนดเป็นของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดิน ๘ แปลงนี้บิดามารดาให้จำเลย ๆปกครองมาโดยโจทก์มิได้เกี่ยวข้อง จำเลยไม่เคยขายที่ดิน ๕ โฉนดแก่โจทก์ ใบมอบฉันทะโจทก์สมคบกับเจ้าพนักงานที่ดินบางคนหลอกลวงให้จำเลยพิมพ์ลายนิ้วมือในใบมอบฉันทะ ซึ่งจำเลยเข้าใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับรับมฤดกที่ดินจึงขอให้ศาลแสดงว่าที่ดิน ๘ แปลงเป็นของจำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งโดยให้ถือว่าฟ้องเป็นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ต่อมานายอยู่สามีจำเลยขอเข้าเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยอ้างว่าที่ดิน ๕ แปลงเปนสินบริคณห์ และบอกล้างนิติกรรมโอนขายที่ดิน ๕ โฉนด เพราะผู้ร้องมิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าการซื้อขายที่ดิน ๕ แปลงเป็นโมฆะให้ทำลายสัญญาซื้อขายนั้นเสีย และให้เป็นกรรมสิทธิแก่จำเลยตามฟ้องแย้ง ให้แบ่งหรือประมูลหรือขายทอดตลาดที่ดินอีกสามแปลงระหว่างโจทก์จำเลยคนละครึ่ง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าที่ดินที่ซื้อขายกัน ๕ โฉนดนั้นเป็นของโจทก์ และว่าการที่นายอยู่ผู้ร้องสอดบอกล้างนิติกรรมการขายที่ดินในคำให้การนั้นไม่เป็นผล เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๘ ผู้ร้องจะใช้สิทธินอกเหนือไปจากจำเลยหาได้ไม่ จึงไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่าการซื้อขายนั้นผู้ร้องสอดได้รู้เห็นยินยอมด้วยหรือไม่สำหรับที่ดินอีก ๓ โฉนดพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่ามีปัญหาต้องวินิจฉัย ๒ ข้อ คือ (๑) จำเลยได้ขายที่ดินแก่โจทก์หรือไม่และ (๒) ในกรณีที่ฟังว่าจำเลยได้ขายแก่โจทก์จริง ผู้ร้องจะบอกล้าง นิติกรรมขายได้หรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว สำหรับปัญหาข้อ ๑ เชื่อว่าจำเลยได้ทำใบมอบฉันทะขายที่ดินแก่โจทก์และรับเงิน ๒,๐๐๐ บาทไว้แล้วจริงสำหรับข้อ ๒ เห็นว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว เพราะนายอยู่+มาเป็นจำเลยร่วมก็มีสิทธิเท่ากับจำเลยเท่านั้น จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2488 นายพยุง เฉลิมสาร โจทก์ นางตะเคียน กรีโสภา จำเลย นายอยู่ ตรีโสภา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพยุง เฉลิมสาร · จำเลย - นางตะเคียน กรีโสภา · จำเลย - นายอยู่ ตรีโสภา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · จำรูญเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 534/2509ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 943/2513ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 1723/2534ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 4139/2542ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 1123/2487ฎีกา 247/2501ฎีกา 541/2509ฎีกา 679/2506ฎีกา 6343/2551ฎีกา 2962/2543ฎีกา 573/2500ฎีกา 1445/2482ฎีกา 249/2503ฎีกา 4355/2548ฎีกา 3077/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา