⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 247/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2501

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์ฟ้องหญิงมีสามีเป็นจำเลยเรียกเงินตามสัญญากู้นั้น เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด คดียังไม่แน่ว่าโจทก์จะชนะหรือไม่ ถึงหากชนะ จะยึดทรัพย์ส่วนตัวของหญิงสามีก็ไม่มีสิทธิโต้แย้งคัดค้านเช่นนี้ สามีก็ยังไม่ถูกโต้แย้งสิทธิอย่างไร ฉะนั้นการที่สามีร้องขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับภรรยาเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิที่มีอยู่ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 57(1) ในขณะนี้ ศาลจึงไม่จำเป็นต้องอนุญาต

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.37 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.139

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทย์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ จำเลยให้การต่อสู้ในความว่าจำเลยได้ค้างชำระดอกเบี้ยเงินซึ่งเคยกู้โจทก์ จึงคิดเอาดอกเบี้ยเป็นเงิน ๕๐๐ บาท และตกลงกันให้ถือว่าเป็นจำเลยกู้เงินโจทก์ ๕๐๐ บาท โจทก์จึงให้จำเลยลงลาย มือชื่อโดยพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในแบบพิมพ์สัญญากู้เงินซึ่งยังมิได้กรอกข้อความ มีนายหลำ แซ่ลิ้ม ลงชื่อเป็นพะยาน นอกนั้นไม่มีพะยานอื่นหรือผู้เขียนลงชื่อไว้เลยโจทก์สมคบกับพวกเขียนจำนวนเงินกู้ขึ้นภายหลังเพื่อฉ้อโกงจำเลย ต่อเติมพะยานและผู้เขียนขึ้นด้วยเป็นการลับหลัง จำเลยมิได้รู้เห็นและรับรอง สัญญากู้จึงตกเป็นโมฆะ จำเลยเป็นหญิงมีสามี ได้ทำนิติกรรมไปโดยสามีมิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ระหว่างศาลชั้นต้นนัดชี้สองสถาน ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าจำเลยเป็นภริยาผู้ร้องโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิที่มีอยู่และมีส่วนได้เสียตามกฎหมายและขอให้การต่อสู้มีใจความสำคัญว่า จำเลยไม่มีอำนาจทำนิติกรรม เพราะมิได้รับความยินยอมอนุญาตจากผู้ร้อง นิติกรรมไม่ผูกพันสินบริคณห์ และขอบอกล้างนิติกรรมที่โจทย์ฟ้อง ฯลฯ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตใหผู้ร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วม โดยเหตุสำคัญว่า ผู้ร้องยังไม่ถูกโต้แย้งสิทธิ อย่างไร ที่ร้องเข้ามาอาจเป็นเพียงการบอกล้างนิติกรรมส่วนหนึ่ง ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีที่โจทย์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิดชอบ จึงยังไม่แน่ว่าโจทก์จะชนะคดีหรือไม่ หากชนะและไปยึดทรัพย์สินส่วนตัวของจำเลย แม้ผู้ร้องเป็นสามีก็ไม่มีสิทธิจะโต้แย้งคัดค้านได้ จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งอนุญาตในขณะนี้ให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๕๗(๑) เพราะอาจทำให้คดียุ่งยาก และล่าช้าโดยใช่เหตุ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2501 นายยงยุทธ ธนานันท์ โจทก์ นางเล็ก แซ่ฉั่ว หรือ จันทสิต จำเลย นายพร จันทสิต ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยงยุทธ ธนานันท์ · จำเลย - นางเล็ก แซ่ฉั่ว หรือ จันทสิต · ผู้ร้อง - นายพร จันทสิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแปล บุณยเกียรติ · ศาลอุทธรณ์ - นายโพยม เลขยานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1123/2487ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2962/2543ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา