⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 271-272/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271-272/2485

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ภริยาถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดแต่เพียงผู้เดียว อาจเป็นสินเดิมหรือสินสมรส จึงต้องถือเป็นสินบริคณห์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นสินส่วนตัว.

ย่อคำพิพากษา

ภริยามีชื่อในโฉนดแต่ผู้เดียวแสดงว่าเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เท่านั้น จะถือว่าที่ดินนั้นเป็นสินส่วนตัวไม่ได้ เพราะอาจเป็นสินเดิมหรือสินสมรส จึงต้องถือเป็นสินบริคณห์.กรณีถือว่าโจทก์ให้การรับว่าผู้ร้องเป็นสามีจำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.117 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1462 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1464 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1466 พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 ม.35

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องต่างเป็นสามีจำเลยซึ่งถูกยึดทรัพย์ อ้างว่ามิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาตการที่จำเลยกู้เงินโจทก์ และได้บอกล้างนิติกรรมรายนี้ไปให้โจทก์ทราบแล้ว ที่นาที่โจทก์นำยึดนี้เป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยโจทก์จึงไม่มีสิทธิยึด ศาลชั้นต้นพิจารณาเห็นว่าที่นานี้มีชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์ กฏหมายสันนิษฐานว่าเป็นของจำเลย และเป็นทรัพย์ส่วนตัวของจำเลย ผู้ร้องอ้างว่าเป็นสินบริคณห์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบ แต่ผู้ร้องก็มิได้นำสืบ จึงสั่งยกคำร้อง. ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีได้ความว่าผู้ร้องเป็นสามีจำเลยจริง การที่จำเลยมีชื่อในโฉนดฝ่ายเดียวยังไม่พอถือว่าเป็นสินส่วนตัว อาจเป็นสินเดิมหรือสินสมรสได้ ที่นาที่โจทก์ยึดจึงเป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องกับจำเลย นิติกรรมรายนี้ผู้ร้องมิได้ยินยอมอนุญาตและได้บอกล้างแล้ว จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้นให้ถอนการยึดที่นารายนี้. โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำให้การของโจทก์แสดงว่าได้รับรองโดยปริยายว่าจำเลยเป็นภริยาผู้ร้อง และข้อเท็จจริงต่างๆในสำนวนก็เป็นอันฟังได้ว่าผู้ร้องต่างเป็นสามีจำเลย มีปัญหาต่อไปแต่เพียงว่าที่นารายนี้เป็นสินส่วนตัวของจำเลยหรือเป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยมีชื่อในโฉนดฝ่ายเดียวก็เป็นแต่หลักฐานว่าจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ+อาจสันนิษฐานไปจนถึงว่าเป็นสินส่วนตัวด้วยไม่ เพราะเรื่องนี้มีกฏหมายบัญญัติไว้โดยฉะเพาะ ถ้ามีได้แยกไว้เป็นสินส่วนตัวแล้ว ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ต้องถือว่าเป็นสินบริคณห์ เมื่อโจทก์ยืนยันว่าที่นาพิพาทเป็นสินบริคณห์ เมื่อโจทก์ยืนยันว่าที่พิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ก็มีหน้าที่ต้องนำสืบให้สม แต่ก็มิได้นำสืบ และที่อ้างว่าผู้ร้องรู้เห็นยินยอมในนิติกรรมกู้หนี้รายนี้ โจทก์ก็มิได้นำสืบ จึงต้องฟังว่านิติกรรมนี้ได้กระทำโดยมิได้รับอนุญาตจากสามี ไม่เป็นการผูกพันสินบริคณห์ โจทก์ไม่มีสิทธิยึดนารายนี้มาขายทอดตลาดได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271 - 272/2485 นายเดื่อ จันหอม โจทก์ นางนวม สีทองคำ จำเลย นายเนตร์ สีทองคำ ผู้ร้องขัดทรัพย์ นายเดื่อ จันหอม โจทก์ นางเนียม เหล็กสน จำเลย นายช่วง เหล็กสน ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเดื่อ จันหอม · จำเลย - นางนวม สีทองคำ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายเนตร์ สีทองคำ · โจทก์ - นายเดื่อ จันหอม · จำเลย - นางเนียม เหล็กสน · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายช่วง เหล็กสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงมนูนิติวิมลทัณฑ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระวรพจน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 635/2484ฎีกา 1052/2509ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 602/2488ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 370/2506ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1775/2512ฎีกา 5712/2541ฎีกา 888/2511ฎีกา 1123/2487ฎีกา 1170/2505ฎีกา 866/2487ฎีกา 70/2518ฎีกา 541/2509ฎีกา 747/2484ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา