⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1022/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2551

ป.วิ.แพ่ง ม.147, 234, 247 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว คู่ความไม่อาจยื่นคำร้องขอให้คำพิพากษาเป็นโมฆะได้อีก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นฎีกา แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาเพราะต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งให้จำเลยนำเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษามาวางหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 แต่จำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดเวลาศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา คดีย่อมถึงที่สุดไปแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องขอให้คำพิพากษาเป็นโมฆะได้อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 5 ตำบลสิงโตทอง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 5023 ตำบลหมอนทอง (สิงโตทอง) อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวของโจทก์ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 2,400 บาท และเดือนละ 800 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยยื่นคำให้การและแก้ไขคำให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำเลยขาดนัดพิจารณา โดยให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว และพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 5 ตำบลสิงโตทอง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 5023 ตำบลหมอนทอง (สิงโตทอง) อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา กับให้ชำระค่าเสียหาย 2,400 บาท และเดือนละ 800 บาท แก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนบ้านเลขที่ดังกล่าวเสร็จสิ้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นคำร้องว่า คำพิพากษาคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้คือ ศาลชั้นต้นรับฟังคำให้การของจำเลยโดยมิชอบเพราะทนายจำเลยยื่นคำให้การโดยไม่ให้จำเลยตรวจสอบก่อน จึงมิได้เป็นไปตามเจตนาของจำเลย ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การใหม่ ตั้งประเด็นขัดต่อกฎหมาย ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาปัญหาข้อกฎหมาย และไม่ไต่สวนคำร้องที่ไม่จงใจขาดนัด นอกจากนี้จำเลยได้คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นหลายเรื่อง เช่น คำฟ้องโจทก์เป็นคดีมีทุนทรัพย์จะรับคดีเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ไม่ได้ แต่ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้อง เมื่อคำพิพากษาเป็นโมฆะ จำเลยจึงไม่จำต้องปฏิบัติตามคำบังคับจนกว่าจะมีการพิจารณาใหม่ แล้วมีคำพิพากษาให้ถูกกฎหมาย ขอให้ไต่สวนคำร้องหรือสั่งให้ดำเนินคดีใหม่ตั้งแต่ยื่นคำให้การจำเลยใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องนี้ขอให้ศาลไต่สวนหรือให้ดำเนินคดีใหม่ แต่ตามคำร้องไม่ใช่เหตุที่จะยกขึ้นกล่าวอ้างเพื่อให้จำเลยพิจารณาคดีใหม่ได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยอ้างเหตุต่าง ๆ ว่าที่ทนายจำเลยดำเนินคดีไปโดยมิได้เป็นไปตามเจตนาของจำเลยทำให้ศาลพิจารณาและตัดสินคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 นั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 45 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 5023 ตำบลหมอนทอง (สิงโตทอง) อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา และให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยตามข้ออุทธรณ์ของจำเลยแล้วพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาเพราะเหตุคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา เนื่องจากศาลฎีกามีคำสั่งให้จำเลยนำเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษามาวางหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอให้คำพิพากษาเป็นโมฆะได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำร้องมานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2551 นางสาวโศรยา ฤทธอร่าม โจทก์ นายบุคอรี มีวงน้อย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวโศรยา ฤทธอร่าม · จำเลย - นายบุคอรี มีวงน้อย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาลี ทัพภวิมล · สมศักดิ์ จันทรา · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4107/2563ฎีกา 609/2526ฎีกา 367/2568ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2193/2564ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 272/2490ฎีกา 2194/2552ฎีกา 12017/2557ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5272/2544ฎีกา 917/2564ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ