คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2440/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงผู้อื่นให้หลงเชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือให้บุตรเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก และเรียกเอาเงินไป ถือเป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง แม้ผู้เสียหายจะให้เงินไป แต่หากข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายมีเจตนาให้เงินนั้นเพื่อนำไปให้เจ้าพนักงานกระทำการทุจริต ผู้เสียหายย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายและมีสิทธิร้องทุกข์ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับภริยาร่วมกันหลอกลวง ศ. ว่าสามารถนำบุตรของ ศ. เข้าเรียนเป็นผู้ช่วยพยาบาลในโรงพยาบาลได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือกเข้าเรียน และเรียกร้องเอาเงินจำนวนหนึ่ง ศ. ตกลงและมอบเงินให้ภริยาจำเลยไป ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ศ. ให้เงินไปเพื่อให้จำเลยหรือภริยานำไปให้แก่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการสอบคัดเลือกให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยทุจริต พฤติการณ์น่าจะเป็นว่าจำเลยกับภริยาร่วมกันหลอกลวง ศ. เพื่อต้องการได้เงินจาก ศ. เท่านั้น ถือไม่ได้ว่า ศ. ได้ร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานอันเป็นการใช้ให้จำเลยกระทำผิด ศ. ย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย และมีสิทธิร้องทุกข์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันหลอกลวงนายศรีลาด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จว่าจำเลยกับพวกสามารถพาบุตรนายศรีลาเข้าเรียนเป็นผู้ช่วยพยาบาลในโรงพยาบาลได้แต่ต้องจ่ายค่าติดต่อนำเข้าให้จำเลยกับพวกนายศรีลาหลงเชื่อมอบเงินให้ไป ต่อมานายศรีลาได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ และคืนเงินแก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า นายศรีลาไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีสิทธิร้องทุกข์พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุก ๒ ปี และให้คืนเงินแก่ผู้เสียหาย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยและนางจันทร์สมเป็นสามีภรรยากัน และได้ร่วมกันหลอกลวงนายศรีลาว่าสามารถนำนางสาวพวงพรรณบุตรสาวของนายศรีลาเข้าเรียนเป็นผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ ได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือกเข้าเรียนและได้เรียกร้องเอาเงินจากนายศรีลาเป็นจำนวนเงิน ๑๘,๐๐๐ บาทนายศรีลาตกลงยินยอมและมอบเงินให้นางจันทร์สมไป ต่มานางจันทร์สมได้บอกนายศรีลาว่า ไม่สามารถช่วยนางสาวพวงพรรณให้เข้าเรียนที่โรงพยาบาลสวนดอกได้ แต่จะพาไปเข้าเรียนที่โรงพยาบาลศิริราชกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องเงินจากนายศรีลาอีก ๑๗,๐๐๐ บาทนายศรีลาก็ตกลงและมอบเงินให้นางจันทร์สมอีก รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๓๕,๐๐๐ บาท พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ปรากฏว่านายศรีลาให้เงินไปเพื่อให้จำเลยหรือนางจันทร์สมนำไปให้แก่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการสอบคัดเลือกให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยทุจริต พฤติการณ์น่าจะเป็นว่าจำเลยกับนางจันทร์สมร่วมกันหลอกลวงนายศรีลาเพื่อต้องการได้เงินจากนายศรีลาเท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่านายศรีลาได้ร่วมกับจำเลยและนางจันทร์สมนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานอันเป็นการใช้ให้จำเลยนางจันทร์สมกระทำผิด นายศรีลาย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายมีสิทธิร้องทุกข์ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2440/2525
พนักงานอัยการประจำศาลแขวงเชียงใหม่ โจทก์
จ่าสิบตำรวจบุญเป็ง ปัญญาธิกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงเชียงใหม่ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจบุญเป็ง ปัญญาธิกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสม ศรีเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายพรศักดิ์ ศุภศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายไกร บุญญะกิติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา