⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2591/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2591/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมโดยผู้เยาว์ไม่มีบิดามารดาให้ความยินยอม ต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ร้องขอต่อศาลแพ่งเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้รับบุตรบุญธรรมได้

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ฯ ไม่ได้บัญญัติถึงกรณีขอรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมโดยผู้เยาว์นั้นไม่มีบิดามารดาที่จะให้ความยินยอมได้ไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ซึ่งได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1598/21 ซึ่งบัญญัติว่า ให้ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตให้มีการรับบุตรบุญธรรมมาใช้บังคับ และคำว่า "ศาล" ในมาตรานี้หมายถึงศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีธรรมดาเพราะมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 163 ข้อ 1 มิได้บัญญัติว่ากรณีเช่นนี้อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชน ผู้ร้องที่ 1 ซึ่ง เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ย่อมยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นเพื่อให้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1598/21 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่าผู้ร้องที่ ๑ เป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์ตามคำสั่งของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ผู้ร้องที่ ๒ เป็นสามีของผู้ร้องที่ ๑ และเป็นลุงเขยของผู้เยาว์ ผู้ร้องทั้งสองประสงค์จะรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม แต่กรมประชาสงเคราะห์และที่ว่าการเขตไม่ยอมรับจดทะเบียนให้ อ้างว่าต้องมีคำสั่งศาลอนุญาตเสียก่อน ผู้ร้องทั้งสองจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองรับเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลแพ่งที่จะพิจารณาพิพากษาจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้องทั้งสองไว้พิจารณา ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าสาระสำคัญแห่งคำร้องของผู้ร้องทั้งสองอยู่ที่ว่า การที่ผู้ร้องไม่สามารถขอจดทะเบียนรับเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมได้ เนื่องจากผู้เยาว์ปราศจากบิดาและมารดาที่จะให้ความยินยอมตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๐ บัญญัติว่า "ผู้ใดประสงค์จะขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ให้ยื่นคำขอพร้อมทั้งหนังสือแสดงความยินยอมของผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย ฯลฯ " แต่ผู้ร้องทั้งสองไม่มีหนังสือแสดงความยินยอมของบุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเพราะปรากฏตามสำเนาคำสั่งของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางท้ายคำร้องของผู้ร้องทั้งสองว่า บิดาของเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์เป็นคนสาปสูญและศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่กับมารดา ต่อมามารดาก็ถึงแก่กรรมอีก การรับเด็กชายพรพงษ์ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมจึงไม่มีบิดามารดาที่จะให้ความยินยอมได้ ตามพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. ๒๕๒๒ ไม่ได้บัญญัติถึงการที่จะให้ได้ความยินยอมในกรณีเช่นนี้ไว้ จึงต้องอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ ซึ่งบัญญัติให้ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ร้องต่อศาล ให้มีคำสั่งอนุญาตให้มีการรับบุตรบุญธรรม และคำว่าศาลในมาตรานี้หมายถึง ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีธรรมดาเพราะมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนพ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๖๓ ข้อ ๑ มิได้บัญญัติว่า กรณีเช่นนี้อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชนทั้งกรณีของผู้ร้องที่ ๑ ก็ยังไม่อยู่ในขั้นตอนที่จะดำเนินคดีในศาลคดีเด็กและเยาวชนได้ตามพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมพ.ศ. ๒๕๒๒ ดังนั้น ผู้ร้องที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ย่อมยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นเพื่อให้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำร้องของผู้ร้องที่ ๑ ไว้พิจารณานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องที่ ๑ ฟังขึ้น ส่วนผู้ร้องที่ ๒ มิใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์ จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำร้องของผู้ร้องที่ ๒ ไว้พิจารณานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลฎีกาของผู้ร้องที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้ร้องที่ ๑ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้ร้องที่ ๑ ไว้และดำเนินการไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ วรรคสอง สำหรับคำร้องของผู้ร้องที่ ๒ นั้น ให้ยกเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2591/2526 นางวาสนา นิรัตติสัย กับพวก ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางวาสนา นิรัตติสัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเทือง วรรณพงษ์ · ดำรง แจ่มสุธี · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเลียบ ภิญญะวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2334/2517ฎีกา 8818/2551ฎีกา 3240/2533ฎีกา 620/2548ฎีกา 2766/2528ฎีกา 1511/2520ฎีกา 8672/2553ฎีกา 583/2548ฎีกา 7255/2539ฎีกา 841/2549ฎีกา 620/2475ฎีกา 2841/2547ฎีกา 2768/2530ฎีกา 1824/2567ฎีกา 1286/2481ฎีกา 6459/2546ฎีกา 3994/2540ฎีกา 729/2492ฎีกา 1783/2527ฎีกา 1307/2503ฎีกา 572/2549ฎีกา 3413/2524ฎีกา 1353/2518ฎีกา 5298/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา