⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 881/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยมีถิ่นที่อยู่ 2 แห่ง โจทก์สามารถเลือกยื่นฟ้องคดีต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีถิ่นที่อยู่ 2 แห่ง โจทก์จะถือเอาแห่งหนึ่งแห่งใดเป็นภูมิลำเนาของจำเลยเพื่อยื่นคำฟ้องก็ได้. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2) ที่บัญญัติให้เสนอคำฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล ก็เพื่อให้จำเลยได้ฟังคดีของตนและต่อสู้คดีได้เต็มที่เมื่อจำเลยได้ทราบคำฟ้องและต่อสู้คดีเต็มที่แล้ว จึงหาขัดกฎหมายไม่ (อ้างฎีกาที่ 1233/2506) โจทก์ฟ้องเรียกหนี้ 2 รายรวม 2,387 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,729.93 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ 1 รายจำนวน 774 บาทพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินเต็มตามฟ้อง ถือว่าแก้ไขเพียงเล็กน้อยต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.45

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกหนี้ค่าซื้อไม้แปรรูปจากจำเลย ๒ ราย รวม ๒,๓๘๗บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดรวมทั้งสิ้น ๒,๗๒๙.๙๓ บาท จำเลยต่อสู้ปฏิเสธหนี้ และตัดฟ้องว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ โจทก์ไม่ได้ขออนุญาตศาลก่อนฟ้อง ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ ๑ ราย จำนวน ๗๗๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระหนี้ทั้ง ๒ ราย ๒,๓๘๗ บาทพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัด จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์ ๒,๗๒๙.๙๓ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ปัญหาข้อตัดฟ้องที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่โดยไม่ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตฟ้องไม่ได้นั้น ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาได้ความว่า จำเลยมีบ้านอยู่ตำบลพระสิงห์๑ หลัง ซึ่งมารดาและบุตรจำเลยก็อยู่บ้านหลังนี้ จำเลยก็รับว่าขึ้นล่องเชียงใหม่ - กรุงเทพฯ เป็นประจำ ปรากฏตามรายงานการส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องว่า จำเลยมาศาล เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งหมายให้จำเลย จำเลยไม่ยอมรับ กลับแจ้งให้เจ้าหน้าที่นำหมายไปปิดที่บ้านตามฟ้องหาได้โต้แย้งเกี่ยวกับภูมิลำเนาไม่ ต่อมาเจ้าพนักงานก็ได้นำหมายเรียกไปส่งให้จำเลยที่บ้าน ไม่พบจำเลย คนที่อยู่ร่วมกับจำเลยว่า จำเลยไปธุระนอกบ้าน และไม่ยอมรับหมายแทนเจ้าพนักงานผู้ส่งจึงปิดหมาย พฤติการณ์ดังกล่าวนี้ถือได้แล้วว่าถิ่นที่อยู่ของจำเลยมีอยู่ ๒ แห่ง คือ จังหวัดพระนครและเชียงใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕ บัญญัติว่า ให้ถือเอาแห่งหนึ่งแห่งใดเป็นภูมิลำเนาก็ได้ และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔(๒) ให้เสนอคำฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลนั้น ก็มีความมุ่งหมายเพื่อให้จำเลยได้ฟังคดีของตนและต่อสู้คดีได้เต็มที่ เมื่อปรากฏว่าคดีนี้จำเลยได้ทราบฟ้อง และยื่นคำให้การต่อสู้คดีเต็มที่แล้วจึงหาขัดกฎหมายไม่ ดังนัยฎีกาที่ ๑๒๓๓/๒๕๐๖ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2511 ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยจักรไชยปราการ โดยนายวินัย นิมมานวัฒนา หุ้น ส่วนผู้จัดการ โจทก์ นางมานี หรือพวงมณี ศรีสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความหุ้น - ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยจักรไชยปราการ โดยนายวินัย นิมมานวัฒนา · โจทก์ - ส่วนผู้จัดการ · จำเลย - นางมานี หรือพวงมณี ศรีสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ใหญ่ ศาลยาชีวิน · จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายกิติ บูรพรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ อิศระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3240/2533ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1511/2520ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 2841/2547ฎีกา 891/2510ฎีกา 2768/2530ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา