⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5302/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5302/2548

ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามกฎหมาย เมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยโดยไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงใด ๆ อีกต่อไปแล้ว การบังคับคดีซึ่งเป็นคดีสาขาของคดีเดิมที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ก็ย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงด้วยเช่นกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเช่าออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์ จำเลยมิได้ให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยกับให้จำเลยชำระเงิน 170,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมค่าเสียหายเดือนละ 3,500 บาท จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง และเมื่อคดีเดิมต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ในชั้นบังคับคดีซึ่งเป็นคดีสาขาก็ย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงด้วยเช่นกัน ที่จำเลยฎีกาในชั้นบังคับคดีว่าที่ดินจำเลยครอบครองในปัจจุบันเป็นที่สาธารณะและอยู่นอกเขตที่ดินของโจทก์ การขับไล่จำเลยให้ออกไปจากที่ดินดังกล่าวจึงเป็นการบังคับคดีนอกเหนือคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลที่รับฟังว่าจำเลยยังมิได้ขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 151 ตำบลทุ่งปรัง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช และส่งมอบที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยกับให้จำเลยชำระเงิน 170,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายบริวารออกไปและส่งมอบที่ดินโจทก์ในสภาพเรียบร้อยกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินของโจทก์แล้วตั้งแต่ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โดยปลูกสร้างขนำใหม่และนำเครื่องจักรมาวางในที่ดินมือเปล่าของจำเลยจึงไม่มีเหตุที่โจทก์จะขอหมายบังคับคดีให้ขับไล่หรือรื้อถอนสิ่งใดอีก การที่ศาลออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีนำประกาศไปปิดในที่ดินของจำเลยให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 151 จึงไม่ชอบ ขอให้ยกหรือแก้ไขหมายบังคับคดี โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยยังมิได้ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ การบังคับคดีชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์ จำเลยมิได้ให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยกับให้จำเลยชำระเงิน 170,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมค่าเสียหายเดือนละ 3,500 บาท จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง และเมื่อคดีเดิมต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ในชั้นบังคับคดีซึ่งเป็นคดีสาขาก็ย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงด้วยเช่นกัน ที่จำเลยฎีกาในชั้นบังคับคดีว่า ที่ดินที่จำเลยครอบครองในปัจจุบันเป็นที่สาธารณะและอยู่นอกเขตที่ดินโจทก์ การขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินดังกล่าวจึงเป็นการบังคับคดีนอกเหนือคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลที่รับฟังว่าจำเลยยังมิได้ขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินโจทก์ อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5302/2548 นายมนู ขนอม โจทก์ นายวัยพจน์หรือโชติชัย วิชัยกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมนู ขนอม · จำเลย - นายวัยพจน์หรือโชติชัย วิชัยกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · วิบูลย์ มีอาสา · ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527ฎีกา 1286-1287/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา