คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ถือเป็น "ของมีค่า" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 675 วรรค 2 หมายถึงทรัพย์สินที่มีคุณค่าพิเศษทำนองเดียวกับเงินทอง ตั๋วเงิน แต่ไม่รวมถึงทรัพย์สินทั่วไป เช่น รถจักรยานยนต์
ย่อคำพิพากษา
คำว่า "ของมีค่า" ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 675 วรรค 2 นั้น หมายถึงทรัพย์สินที่มีคุณค่าอันมีลักษณะพิเศษทำนองเดียวกันเงินทองตรา ธนบัตร ตั๋วเงิน ฯลฯ แต่รถจักรยานยนต์เป็นเพียงทรัพย์สินตามธรรมดาทั่ว ๆ ไป จึงถือไม่ได้ว่าเป็นของมีค่าตามบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น เมื่อโจทก์ได้ฝากรถจักรยานยนต์ไว้กับพนักงานโรงแรมของจำเลย แล้วรถจักรยานยนต์ดังกล่าวหายไป จำเลยเป็นเจ้าของสำนักโรงแรมจึงต้องรับผิดตามมาตรา 674, 675 วรรคหนึ่ง จะรับผิดเพียง 500 บาท ตามมาตรา 675 วรรค 2 ไม่ได้
ศาลชั้นต้นฟังว่า รถจักรยานยนต์หายไปโดยมิใช่ความผิดของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยใช้ราคารถจักรยานยนต์ 12,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า โจทก์นำรถจักรยานยนต์เข้าเก็บในโรงแรมโดยไม่ใส่กุญแจรถเป็นความผิดของโจทก์ ดังนี้เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เข้าพักในโรงแรมของจำเลยซึ่งจำเลยเป็นเจ้าสำนักโรงแรม และนำเอารถจักรยานยนต์ราคา ๑๒,๐๐๐ บาท เข้าเก็บไว้ในที่เก็บของโรงแรม โดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของโรงแรมทราบแล้ว วันรุ่งขึ้นโจทก์ทราบว่ารถจักรยานยนต์ดังกล่าวหายไป โดยมิใช่เกิดแต่เหตุสุดวิสัย และมิใช่ความผิดของโจทก์หรือแขกของโจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยทราบแต่จำเลยไม่จัดการอย่างไร ขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน ๑๒,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า หากโจทก์นำรถจักรยานยนต์เข้ามาเก็บไว้และถูกคนร้ายลักไปจริง ก็เป็นความผิดของโจทก์ที่ไม่ใส่กุญแจรถไว้ รถจักรยานยนต์เป็นของมีค่า โจทก์มิได้บอกกล่าวฝากและมิได้บอกราคาโดยชัดแจ้งแก่จำเลยหรือเจ้าหน้าที่โรงแรม จำเลยจึงรับผิดตามกฎหมายเพียง ๕๐๐ บาทเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์นำเอารถจักรยานยนต์เข้าเก็บไว้ในที่เก็บรถของโรงแรมโดยบอกฝากไว้กับพนักงานของโรงแรม รถดังกล่าวหายไปโดยมิใช่ความผิดของโจทก์ รถจักรยานยนต์ไม่ใช่ของมีค่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๗๕ วรรค ๒ จึงไม่จำต้องบอกกล่าวราคาชัดแจ้งแก่เจ้าสำนักโรงแรม พิพากษาให้จำเลยใช้ราคารถจักรยานยนต์ ๑๒,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่ารถจักรยานยนต์ของโจทก์เป็นของมีค่าตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๗๕ วรรค ๒ นั้น ได้พิเคราะห์แล้ว คำว่า "ของมีค่า" ตามความหมายแห่งบทบัญญัติดังกล่าว หมายถึงทรัพย์สินที่มีคุณค่าอันมีลักษณะพิเศษทำนองเดียวกับเงินทองตรา ธนบัตร ตั๋วเงิน ฯลฯ รถจักรยานยนต์ของโจทก์เป็นเพียงทรัพย์สินตามธรรมดาทั่ว ๆ ไป เท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าเป็นของมีค่าตามกฎหมาย ส่วนฎีกาของจำเลยในข้อที่ว่าโจทก์นำรถจักรยานยนต์เข้าเก็บในโรงแรมของจำเลยโดยไม่ได้ใส่กุญแจรถจักรยานยนต์เป็นความผิดของโจทก์นั้น เห็นว่าฎีกาของจำเลยข้อนี้เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2519
นายสมศักดิ์ แซ่เจน โจทก์
นางศรีนวล เทพชัย ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมศักดิ์ แซ่เจน · ล. - นางศรีนวล เทพชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ทรัพยวณิช · คมกริช นุรักษ์ · พิทยา มงคล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดแพร่ - นายสุรวิทย์ หิรัญคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายชุบ วีระเวคิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา