⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1339/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1339/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฎีกาในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่ต้องแยกพิจารณาเป็นรายบุคคล หากทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาสำหรับแต่ละบุคคลไม่เกิน 200,000 บาท ฎีกาเช่นนั้นต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้จำเลยชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูของบุตรผู้เยาว์ทั้งสาม ในฐานะเป็นบุตรผู้เยาว์ของนาง ต. ผู้ตาย จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าบุตรผู้เยาว์ทั้งสามควรได้รับค่าขาดไร้อุปการะตามจำนวนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องแยกพิจารณาเป็นรายบุคคลไป ดังนี้ เมื่อทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาสำหรับบุตรผู้เยาว์แต่ละคนของนาง ต. ไม่เกิน 200,000 บาท ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 504,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 จำนวนเงิน 830,975 บาท แก่โจทก์ที่ 2 จำนวนเงิน 1,109,400 บาท แก่โจทก์ที่ 3 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 480,000 บาท 773,000 บาท และ 1,032,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 3 ตามลำดับ นับแต่วันนัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2538 จำนวนเงิน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 220,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 932,000 บาท แก่โจทก์ที่ 3 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความให้จำนวน 20,000 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 360,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 นับแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2538 จนกว่าชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินจำนวน 180,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 2 และจำนวน 892,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 3 ทั้งนี้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวทั้งสองจำนวนนับแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับค่าสินไหมทดแทนของโจทก์ที่ 3 ซึ่งแยกได้เป็นค่าขาดไร้อุปการะของเด็กหญิงปัทมา เด็กหญิงปรางทอง และเด็กชายกิตติในฐานะบุตรผู้เยาว์ของนางตา กับค่าขาดไร้อุปการะของโจทก์ที่ 3 ในฐานะคู่สมรส เห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้เด็กหญิงปัทมา เด็กหญิงปรางทอง และเด็กชายกิตติได้ค่าขาดไร้อุปการะคนละ 108,000 บาท, 126,000 บาท และ 198,000 บาท ตามลำดับ จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของโจทก์ที่ 3 ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าบุตรผู้เยาว์ทั้งสามควรได้รับชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะตามจำนวนนั้น อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงเช่นกันซึ่งต้องแยกพิจารณาเป็นรายบุคคลไป ดังนี้ เมื่อทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาสำหรับบุตรผู้เยาว์แต่ละคนของนางตาไม่เกิน 200,000 บาท ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย? พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีการวม 2,000 บาท แทนโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ส่วนโจทก์ที่ 1 ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1339/2543 บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด กับพวก โจทก์ กรมพัฒนาที่ดิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด กับพวก · จำเลย - กรมพัฒนาที่ดิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · ระพินทร บรรจงศิลป · วิรัช ลิ้มวิชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปกรณ์ วงศาโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล หวลถนอม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา