⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 617/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2488

ป.พ.พ. ม.37, 44, 204 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.4, 55, 248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หากมิได้ตกลงกันไว้เป็นประการอื่น ลูกหนี้จะต้องนำชำระหนี้ ณ ภูมิลำเนาของเจ้าหนี้ * การถูกคุมขังในเรือนจำระหว่างต้องหามิใช่ภูมิลำเนา * ผู้เช่าจะเรียกค่าเช่าที่ชำระล่วงหน้าคืนไม่ได้ หากตนเป็นฝ่ายผิดสัญญา

ย่อคำพิพากษา

ถ้าไม่ได้ตกลงว่าจะชำระหนี้กัน ณ ที่ใด ลูกหนี้จะต้องชำระหนี้ในภูมิลำเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้ การถูกคุมขังในเรือนจำในระหว่างต้องหานั้น ไม่ถือว่าเรือนจำเป็นภูมิลำเนา ได้ชำระค่าเช่าล่วงหน้าไปตามสัญญาแล้ว ต่อมาผู้เช่าออกจากทรัพย์ที่เช่าไปโดยไม่ปรากฏผู้ให้เช่าผิดสัญญานั้น ผู้เช่าเรียกค่าเช่าที่ชำระล่วงหน้าไปคืนไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.37 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.44 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.554 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.560

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.37 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๘๖ โจทก์ทำสัญญาเช่าสวนจำเลยมีกำหนด ๓ ปีรวมค่าเช่า ๔๕๐ บาท โจทก์ได้ชำระค่าเช่าไปแล้ว ๑๗๕ บาท ค่าเช่าที่เหลือจะต้องชำระภายในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๔๘๖ ครั้นถึงกำหนดไม่ได้ชำระเงินกัน ซึ่งฝ่ายโจทก์อ้างว่าไม่ได้ผิดสัญญา ฝ่ายจำเลยว่าโจทก์ผิดสัญญา และโจทก์ต้องออกจากสวนเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๔๘๗ โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเช่าคืนกับค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ไม่ได้ผิดสัญญาค่าเช่าคิดได้เดือนละ ๑๒ บาท ๕๐ สตางค์ ๙ เดือนเป็นเงิน ๑๑๒ บาท ๕๐ สตางค์ จำเลยรับล่วงหน้าไป ๑๗๕ บาท จึงพิพากษาให้จำเลยคืนค่าเช่า ๖๒ บาท ๕๐ สตางค์ และให้ใช้ค่าเช่าเสียหาย ๕๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ผิดสัญญา จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีฟังไม่ได้ว่าได้ตกลงชำระค่าเช่า ณ ที่อื่น จึงต้องชำระ ณ สถานที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาปัจจุบันของเจ้าหนี้ คดีไม่ได้ความว่า โจทก์ได้ปฎิบัติการชำระหนี้ยังภูมิลำเนาของจำเลยจำเลยกลับสืบว่าได้นำเงินไปเพื่อชำระแก่จำเลยที่บ้านกำนัน โจทก์กล่าวในฟ้องว่าถึงกำหนดจำเลยไม่ไปรับเงินที่บ้านกำนันเพราะต้องขังในเรือนจำ แต่คดีฟังไม่ได้ว่าได้ตกลงชำระค่าเช่ากันที่บ้านกำนันคดีฟังได้ว่าต่อไปจำเลยให้นายเหมือนทำสัญญาไปแสดงต่อโจทก์และบอกโจทก์ว่าจำเลยให้มารับเงินค่าเช่า แต่โจทก์ยังไม่ยอมาชำระ ส่วนที่โจทก์ว่า เมื่อจำเลยถูกคุมตัวมาศาล โจทก์ขอชำระซึ่งเป็นวันใกล้กับกำหนดชำระหนี้ แต่จำเลยบอกปัด ศาลฎีกาฟังว่าสัญญากำหนดวันชำระไว้แล้ว และหลังจากนั้นโจทก์ก็เตือนจำเลยแล้วจำเลยไม่ชำระ นอกจากนี้โจทก์กล่าวว่าจำต้องออกจากสวนเพราะนายเต็มพี่ชายโจทก์บังคับ คดีก็ไม่ได้ความว่าจำเลยใช้ให้นายเต็มไปใช้อำนาจแก่โจทก์อย่างไร จะว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2488 นายม้วน จันท์ขำ โจทก์ นายเทียบ มาคะสวัสดิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายม้วน จันท์ขำ · จำเลย - นายเทียบ มาคะสวัสดิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · ประมูล สุวรรณศร · ธรรมบัณฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นาย ส.สุปาติวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิติกรณ์ ทุมวิภาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2221/2553ฎีกา 5692/2538ฎีกา 142/2492ฎีกา 1798/2506ฎีกา 10166/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3231/2557ฎีกา 1511/2520ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 94/2493ฎีกา 8680/2551ฎีกา 891/2510ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา