คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2141/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์เพิกเฉยไม่ขอหมายบังคับคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คำสั่งศาลที่ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะถูกยกเลิกไปตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าสามีจำเลยกู้เงินโจทก์ บัดนี้สามีจำเลยตายแล้วจึงขอให้จำเลยใช้ และยื่นคำร้องขออายัดเงินสงเคราะห์ ช.พ.ค. (ช่วยเพื่อนครู) จำเลยขอให้ถอนการยึดอ้างว่าเงิน ช.พ.ค. ไม่เป็นมรดกไม่อยู่ในบังคับแห่งการยึดและอายัดขอให้เพิกถอนการอายัด
ที่สุดโจทก์จำเลยตกลงกันว่าคงให้อายัดเงินงวดที่จำเลยยังไม่ได้เบิก
ดังนี้เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี และมีคำบังคับแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่ขอหมายบังคับคดีภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับ คำสั่งศาลซึ่งโจทก์ขออายัดเงิน ช.พ.ค. จึงถูกยกเลิกไปตาม ป.วิ.แพ่ง ม.260 (2) ต้องห้ามอุทธรณ์ ฎีกา.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าสามีจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๖๐๐๐ บาท สามีจำเลยวายชนม์แล้ว โจทก์ทวงถาม จำเลยขอผัดว่าได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวเมื่อใดจะชำระให้ แต่จำเลยหลีกเลี่ยงไม่ไปรับ จึงขอให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งอายัดเงินสงเคราะห์ครอบครัวไว้ก่อนคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งให้อายัดเงินสงเคราะห์หรือ ช.พ.ค. (เช่วยเพื่อนครู)
ศึกษาธิการมีหนังสือถึงศาลและจำเลยยื่นคำร้องว่าตามระเบียบคุรุสภาว่าด้วยองค์การช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกคุรุสภา ไม่ถือว่าเงินสงเคราะห์เป็นมรดกของสมาชิก และในการพิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นอำนาจเด็ดขาดของคณะกรรมการผู้ใดจะฟ้องร้องไม่ได้ ขอให้ถอนอายัด
ศาลชั้นต้นไต่สวนอีกครั้งและสิ่งให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้อายัด
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลทุเลาคำสั่งที่สั่งถือการอายัดไว้ก่อนโดยโจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งศาลต่อไปศาลนัดสอบถามพร้อมกัน
ถึงวัดนัดโจทก์จำเลยตกลงกันว่าคงให้อายัดเงินงวดที่จำเลยยังไม่ได้เบิกจนกว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างใดต่อไปในเรื่องเงินสงเคราะห์ ทั้งนี้เป็นคำสั่งตามคำร้องของโจทก์ที่ขอให้ทุเลาการถอนคำสั่งอายัดนั้น
ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะเป็นผู้รับมรดกสามีจำเลย ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ตามคำขอท้ายฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ว่าเงิน ช.พ.ค. รายนี้เป็นมรดกตกทอดไปยังทายาทอันควรยึดหรืออายัดเพื่อชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าประเด็นพิพาทที่ว่าควรอายัดหรือไม่นั้นได้ยุติแล้ว ไม่มีอะไรที่โจทก์จะอุทธรณ์อีก พิพากษาให้ยกอุทธรณ์โจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี และมีคำบังคับแล้ว โจทก์ได้เพิกเฉยไม่ขอหมายบังคับคดีภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับ คำสั่งศาลซึ่งโจทก์ขออายัดเงิน ช.พ.ค. รายนี้ไว้ก่อนคำพิพากษา ซึ่งเป็นวิธีการชั่วคราว จึงถูกยกเลิกไปตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๒๖๐ (๒) โจทก์อุทธรณ์ฎีกาต่อไปไม่ได้ ให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2141/2499
นายเซ่งติ่ง แซ่อือ โจทก์
นางบุญคง หัตจุมพล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเซ่งติ่ง แซ่อือ · จำเลย - นางบุญคง หัตจุมพล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายจรัส สา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา