⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6619/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6619/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ธนาคารเข้าค้ำประกันเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามหนังสือค้ำประกัน ไม่ถือเป็นวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกันให้ศาลชั้นต้นถอนคำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยจำเลยเสนอหนังสือค้ำประกันของธนาคารซึ่งเป็นบุคคลภายนอกยอมผูกพันเพื่อการชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยเงื่อนไขว่าหากคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ธนาคารจึงต้องผูกพันตามข้อความในหนังสือค้ำประกันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 กรณีไม่อาจถือว่าการเข้าค้ำประกันของธนาคารต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา อันจะมีผลยกเลิกไปเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี ตามมาตรา 260 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.260 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.274

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขาย กับหนี้ค่าถมดิน ไฟฟ้า ประปา สำนักงาน และหนี้อื่น ๆ แก่โจทก์ทั้งสองรวมเป็นเงิน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๗ ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยให้การ? ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามจำเลยโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ในที่ดินของจำเลย ๑๗๕ โฉนด เป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ระหว่างการไต่สวน โจทก์ทั้งสองกับจำเลยได้มีการเจรจากันและศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการห้ามชั่วคราวที่ดินดังกล่าว ๕๐ โฉนด โดยใช้บุคคลค้ำประกันจนกว่าจำเลยจะนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาเป็นประกันตามที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกัน ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการห้ามชั่วคราวที่ดิน ๑๒๕ โฉนด ที่เหลือ โดยจำเลยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ซึ่งมีใจความว่า การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยให้รับผิดเป็นจำนวน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท นั้น ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ขอค้ำประกันจำเลยต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หากจำเลยแพ้คดีและไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ได้ ธนาคารยอมชำระเงินไม่เกิน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท แทนจำเลย วางเป็นประกันแทนสัญญาค้ำประกันด้วยบุคคลตามที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกัน ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองยื่นอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ที่วางเป็นประกัน โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้านว่า จำเลยไม่ควรขอหนังสือค้ำประกันคืนก่อนคำพิพากษาถึงที่สุด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่จำเลยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาเป็นหลักประกัน ก็สืบเนื่องจากคำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยจึงเป็นฝ่ายชนะคดี โจทก์มิได้ยื่นคำขอเพื่อแสดงว่าโจทก์จะอุทธรณ์คำพิพากษาและมีเหตุอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้วิธีการชั่วคราวยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา คำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวจึงเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๐ (๑) จึงมีคำสั่งให้คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด ให้แก่จำเลย โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า แม้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ห้ามมิให้จำเลยโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ในที่ดินของจำเลยรวม ๑๗๕ โฉนด จะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา แต่เมื่อจำเลยยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และระหว่างการไต่สวนคำขอของจำเลย โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้มีการเจรจาตกลงกัน โดยโจทก์ยอมถอนการอายัดที่ดินทั้งหมด เมื่อจำเลยจัดหาธนาคารมาค้ำประกันการชำระหนี้ตามพิพากษา ต่อมาจำเลยได้นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก มีใจความสำคัญว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หากจำเลยแพ้คดีและไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ธนาคารยอมชำระเงินไม่เกิน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท แทนจำเลย ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดที่ดินทั้งหมดดังกล่าว เห็นได้ว่า คำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสองได้ถูกเพิกถอนไปแล้ว การที่จำเลยนำหนังสือค้ำประกันมาวางต่อศาลชั้นต้น อันเนื่องมาจากคำขอของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสอง แล้วมีการเจรจาตกลงกันโดยโจทก์ทั้งสองยอมให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่ง โดยจำเลยต้องนำธนาคารเข้ามาค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย หากจำเลยตกเป็นฝ่ายแพ้คดีในที่สุด การที่จำเลยเสนอหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ต่อศาล จึงเป็นเรื่องที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ยอมผูกพันตนโดยทำหนังสือค้ำประกันเพื่อการชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยเงื่อนไขว่า หากคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ธนาคารกรุงไทย จำกัด จึงต้องผูกพันตามข้อความในหนังสือค้ำประกันดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๔ กรณีไม่อาจถือได้ว่าการเข้าค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด ต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสอง อันจะมีผลยกเลิกไปเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๐ (๑) ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาให้คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ให้แก่จำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอคืนหนังสือค้ำประกันของจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6619/2545 นายปานจิตร์ เที่ยงธรรม กับพวก โจทก์ บริษัทไทยไทพิษณุ (1991) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปานจิตร์ เที่ยงธรรม กับพวก · จำเลย - บริษัทไทยไทพิษณุ (1991) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสันติชัย วัฒนวิทย์กรรม์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1685/2568ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 6027/2534ฎีกา 2141/2499ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 850/2565ฎีกา 2467/2536ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 46/2536ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 247/2525ฎีกา 1138/2527ฎีกา 7651/2555ฎีกา 1343/2538ฎีกา 1667/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา