⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1267/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1267/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติหรือนำความเสื่อมเสียมาสู่วัฒนธรรมของชาติ เป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน การขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาเพื่อดำเนินกิจการต่อไปจึงยังไม่มีเหตุเพียงพอหากการกระทำดังกล่าวมีมูล.

ย่อคำพิพากษา

เหตุที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลยที่ 1 ขีดชื่อสมาคมซึ่งโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลออกจากทะเบียนสมาคม และจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายอำเภอได้เข้าควบคุมกิจการและทรัพย์สินของสมาคมและมูลนิธิก็ เพราะสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ ฯ เพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งสมาคมและมูลนิธินี้เนื่องจากร่วมกันกระทำการเป็นไปในทางนำความเสื่อมเสียมาสู่วัฒนธรรมของชาติ และร่วมกันกระทำการอันอาจเป็นภัยกับความมั่นคงของชาติ ฯลฯ พระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ดังนั้น เมื่อคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์มีวัตถุประสงค์ที่จะให้มูลนิธิและสมาคมได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่อไปจึงยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษามาคุ้มครองให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1292 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2505 ม.5 พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2486 ม.5 พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2485 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองฐานละเมิด เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดและเป็นนายทะเบียนสมาคม จำเลยที่ ๒ เป็นนายอำเภอโดยจำเลยที่ ๑ ได้ขีดชื่อสมาคมศาสนาสัมพันธ์ออกจากทะเบียนสมาคม แล้วจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้เข้าควบคุมกิจการและทรัพย์สินของมูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์และสมาคมศาสนาสัมพันธ์ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ดูแล ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในฐานะละเมิดพร้อมดอกเบี้ย ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ถอนอายัดทรัพย์สินของมูลนิธิ ถอนเจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากพื้นที่ของมูลนิธิ เพิกถอนคำสั่งระงับการจ่ายเงินตามบัญชีเงินฝากให้ใส่ชื่อสมาคมในทะเบียนสมาคม พร้อมกับยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๔(๒) ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก็คือ (๑) ขอให้ถอนการอายัดทรัพย์สินของมูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์และสมาคมศาสนาสัมพันธ์ ถอนเจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากพื้นที่ของมูลนิธิเพื่อให้มูลนิธิและสมาคมได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่อไป (๒) ขอให้เปิดอาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา เพื่อให้ประชาชนทั่วไปปฏิบัติธรรมและชมปูชนียสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันมีค่าทางประวัติศาสตร์ (๓) ให้ดำเนินการก่อสร้างหอประชุมสันติภาพเพื่อเตรียมประชุมสันติภาพอันถาวรของโลก (๔) ให้จำเลยที่ ๑ ถอนคำสั่งระงับการจ่ายเงินต่อธนาคารที่มูลนิธิและสมาคมมีบัญชีอยู่ เพื่อให้ได้ดำเนินกิจการต่อไปตามวัตถุประสงค์ (๕) ขอมีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หยุดกระทำการเพื่อจะเป็นการจำหน่ายทรัพย์สินใด ๆ ของมูลนิธิและสมาคม เหตุที่จำเลยที่ ๑ ขีดชื่อสมาคมศาสนาสัมพันธ์ออกจากทะเบียนสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๒(๗) และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้เข้าควบคุมกิจการและทรัพย์สินของสมาคมศาสนาสัมพันธ์และมูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์ก็คือ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)พุทธศักราช ๒๔๘๖ มาตรา ๕ ได้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งสมาคมศาสนาสัมพันธ์และเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งมูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์ เนื่องจากมูลนิธิและสมาคมดังกล่าวร่วมกันกระทำการเป็นไปในทางนำความเสื่อมเสียมาสู่วัฒนธรรมของชาติขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน อีกทั้งได้ร่วมกระทำการอันอาจเป็นภัยกับความมั่นคงของชาติ และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ว่าด้วยการควบคุมสมาคมและองค์การต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติฯ พระราชบัญญัตินี้เป็นกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนคำขอคุ้มครองชั่วคราวตามคำร้องของโจทก์ก็มีจุดประสงค์ส่วนใหญ่ที่จะให้มูลนิธิและสมาคมได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่อไป ซึ่งตามข้อเท็จจริงที่ได้ความ ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษามาคุ้มครองให้โจทก์ตามคำร้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1267/2527 นายคลุ้ม วัชโรบล กับพวก โจทก์ นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคลุ้ม วัชโรบล กับพวก · จำเลย - นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · ดำรง อุณหวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 6027/2534ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 247/2525ฎีกา 1343/2538ฎีกา 2929/2517ฎีกา 2724/2541ฎีกา 1634/2526ฎีกา 6619/2545ฎีกา 558/2528ฎีกา 3883-3884/2559ฎีกา 176/2494ฎีกา 1001/2529ฎีกา 1868/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา