⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 920/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ศาลเห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะโอน ขาย จำหน่าย หรือยักย้ายทรัพย์สินไปเสียให้พ้นจากอำนาจศาล การที่จำเลยมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสั่งยึดทรัพย์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร้องขอให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาเป็นการยื่นคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 254(1) ซึ่งโจทก์มีหน้าที่จะต้องนำสืบจนเป็นที่พอใจของศาลว่า จำเลยตั้งใจจะโอนขาย หรือจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยเสียทั้งหมดหรือบางส่วน หรือยักย้ายไปเสียให้พ้นจากอำนาจศาล ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 255 วรรคสอง (ก) ไม่ใช่กรณีตามมาตรา 264โจทก์นำสืบแต่เพียงว่าจำเลยมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินอันเป็นสินค้าที่จำเลยมีอยู่ในร้านค้าของจำเลยเท่านั้นยังไม่มีเหตุเพียงพอที่ศาลจะสั่งให้ยึดทรัพย์สินจำเลยตามคำขอได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.255 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดและได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์โดยการยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิดและคัดค้านคำร้องขอให้มีคำสั่งยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลทำการยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา เป็นการยื่นคำขอตามบทบัญญัติของมาตรา 254(1) ซึ่งโจทก์มีหน้าที่จะต้องนำสืบจนเป็นที่พอใจของศาลว่า จำเลยตั้งใจจะโอน ขาย หรือจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยเสียทั้งหมดหรือบางส่วน หรือยักย้ายไปเสียให้พ้นจากอำนาจศาล ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 255 วรรคสอง (ก) ส่วนการยื่นคำร้องขอตามมาตรา 264 นั้น เป็นกรณีที่ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะมีคำขอเพื่อให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องขอในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา เพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาหรือเพื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษา กรณีของโจทก์ในคดีนี้ โจทก์นำสืบแต่เพียงว่าจำเลยมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินอันเป็นสินค้าที่จำเลยมีอยู่ในร้านของจำเลยเท่านั้น โดยไม่ได้ความว่าจำเลยตั้งใจจะโอน ขาย จำหน่าย หรือยักย้ายทรัพย์สินไปเสียให้พ้นจากอำนาจศาล จึงยังไม่มีเหตุเพียงพอที่ศาลจะสั่งให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยตามคำขอได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2524 บริษัทหล่วงหลี่ประกันภัย จำกัด ฯ โจทก์ นายอยิตซิงท์ สัจจเดว์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทหล่วงหลี่ประกันภัย จำกัด ฯ · จำเลย - นายอยิตซิงท์ สัจจเดว์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ · พูน จักรเสน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 4273/2531ฎีกา 6027/2534ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 2467/2536ฎีกา 952/2539ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 247/2525ฎีกา 970/2519ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1565/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา