⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2580/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2527

ป.วิ.แพ่ง ม.264

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 นั้น คู่ความฝ่ายใดจะร้องขอก็ได้ แต่ต้องเป็นการคุ้มครองทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์ที่พิพาทกันในคดีนั้นเท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 คู่ความฝ่ายใดในคดีนั้น ๆ จะร้องขอก็ได้ แต่จะต้องเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องขอ เพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่พิพาทกันในคดีนั้น ได้รับความคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษา กรณีที่จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระเงินนี้มิใช่พิพาทกันด้วยทรัพย์สิน หรือสิทธิ หรือประโยชน์อันจำเลยจะร้องขอเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยจะขอให้โจทก์นำทรัพย์สินหรือเงินมาวางศาลตามมาตรานี้ไม่ได้ และจะขอให้โจทก์หาประกันหรือหลักประกันมาวางศาลก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้ทำเช่นนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยทั้งสองตามสัญญาซื้อขาย จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระเงินจำนวน ๖,๘๕๖,๗๑๙.๗๕ บาทคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์เป็นคนต่างด้าวไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย และไม่ปรากฏว่ามีทรัพย์อยู่ในประเทศไทย หากโจทก์แพ้คดี โจทก์อาจจะไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล ขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์นำทรัพย์สินหรือเงินหรือประกันหรือหลักประกันมาวางศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์กรมบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ นั้น คู่ความฝ่ายใดในคดีนั้น ๆ จะร้องขอก็ได้ แต่จะต้องเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องขอ เพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่พิพาทกันในคดีนั้นได้รับความคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษา กรณีที่จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระเงินเช่นในคดีนี้ มิใช่พิพาทกันด้วยทรัพย์สินหรือสิทธิหรือประโยชน์อันจำเลยจะร้องขอเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยจะขอให้โจทก์นำทรัพย์สินหรือเงินมาวางศาลตามมาตรานี้ไม่ได้ และจะขอให้โจทก์หาประกันหรือหลักประกันมาวางศาลก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้ทำเช่นนั้นได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2527 บริษัทซีคอนเทนเนอร์สแอตแลนติค จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดนาวาเซอร์วิส กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทซีคอนเทนเนอร์สแอตแลนติค จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดนาวาเซอร์วิส กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสกล เหมือนพะวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3801/2536ฎีกา 4273/2531ฎีกา 920/2524ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 258/2549ฎีกา 1287/2513ฎีกา 4231/2558ฎีกา 778/2503ฎีกา 8876/2551ฎีกา 1905/2531ฎีกา 3282/2536ฎีกา 4592/2539ฎีกา 2168/2532ฎีกา 2820/2539ฎีกา 1360/2550ฎีกา 14800/2551ฎีกา 5662-5663/2545ฎีกา 2735/2528ฎีกา 3364/2540ฎีกา 2543/2535ฎีกา 4017/2530ฎีกา 1684/2530ฎีกา 1745/2532ฎีกา 5024/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา