คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2735/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่โจทก์วางต่อศาลเพื่อเป็นประกันความเสียหายของจำเลย หากโจทก์ชนะคดี โจทก์มีสิทธิขอรับคืนภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันคดีถึงที่สุด หากพ้นกำหนดดังกล่าว โจทก์จะไม่มีสิทธิขอรับคืน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์นำเงินมาวางตามคำสั่งศาล ซึ่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ ของโจทก์ระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 และเพื่อเป็นประกันความเสียหายของจำเลย หากโจทก์แพ้คดีซึ่งโจทก์มีสิทธิรับไปจากศาลเมื่อโจทก์ชนะคดีเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์เป็นฝ่ายชนะเงินดังกล่าว จึงเป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในศาลที่โจทก์จะต้องขอรับไปในกำหนดห้าปี ตามมาตรา 323 หากล่วงเลยกำหนดห้าปีนับแต่วันคดีถึงที่สุดโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิขอรับคืน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์จำเลยตกลงกันระหว่างพิจารณาให้โจทก์วางเงิน ๔๗,๙๖๐ บาท ต่อศาลโดยจำเลยยอมให้โจทก์รับสินค้าไปจากการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้เมื่อคดีถึงที่สุดฝ่ายโจทก์ชนะคดียอมให้โจทก์รับเงินคืนไป หากจำเลยชนะคดีโจทก์ยอมให้จำเลยรับเงินจำนวนนี้ไปได้ และปรากฏว่าคดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๑๕ โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงินคืนวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๕
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุที่โจทก์นำเงินมาวางต่อศาล เนื่องจากโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยออกใบสั่งปล่อยสินค้าของโจทก์เพื่อให้โจทก์รับสินค้าไปจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย และโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ โดยโจทก์ยอมวางเงินจำนวน ๔๗,๙๖๐ บาท ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นค่าขนส่งสินค้าที่โจทก์ยังคงชำระจำเลยอยู่ แล้วให้ศาลมีคำสั่งปล่อยสินค้าให้โจทก์ ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวน วันนัดไต่สวนโจทก์จำเลยตกลงกันให้โจทก์นำเงินวางศาลเป็นเงิน ๔๗,๙๖๐ บาท และจำเลยยอมให้โจทก์รับสินค้าไปจากเจ้าหน้าที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ เมื่อคดีถึงที่สุดโจทก์ชนะคดีให้โจทก์รับเงินคืนไปได้ หากจำเลยชนะคดีโจทก์ยอมให้จำเลยรับเงินจำนวนนี้ไป ศาลได้มีคำสั่งให้เป็นวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ ตามที่โจทก์จำเลยตกลงกันโดยให้โจทก์รับสินค้าไปจากเจ้าหน้าที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ โดยถือว่าจำเลยได้ออกใบสั่งปล่อยสินค้าตามข้อตกลงและให้โจทก์นำเงินจำนวนดังกล่าวมาวางศาล เงินที่โจทก์วางไว้ต่อศาลจึงเป็นเงินที่วางตามคำสั่งศาลเกี่ยวด้วยวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ระหว่างการพิจารณา และเป็นประกันความเสียหายของจำเลยหากโจทก์แพ้คดี ซึ่งโจทก์หรือจำเลยมีสิทธิรับไปจากศาลเมื่อคดีถึงที่สุด เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในศาลที่โจทก์จะต้องขอรับไปในกำหนดห้าปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ เมื่อเกินกำหนดห้าปี โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอรับ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2735/2528
ห้างหุ้นส่วนจำกัดฮวดหลี โจทก์
บริษัทชรินทร จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดฮวดหลี · จำเลย - บริษัทชรินทร จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อภินย์ ปุษปาคม · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายไพโรจน์ แก้วทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา