⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4497/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4497/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำบังคับศาล หากโจทก์ผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวางต่อศาล เงินนั้นย่อมตกเป็นของแผ่นดิน

ย่อคำพิพากษา

เงินค้างจ่ายในศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 323 หมายถึงเงินทั้งหมดที่มีผู้นำมาวางไว้ในคดีและค้างจ่ายอยู่ในศาล มิได้จำกัดเฉพาะแต่เงินที่จำเลยนำมาวางศาลก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 135 เท่านั้น การที่จำเลยนำเงินมาวางศาลเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำบังคับศาลชั้นต้นที่ออกคำบังคับนั้นมีอำนาจที่จะรับเงินไว้ได้เพราะเป็นศาลที่มีอำนาจออกหมายบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวางต่อศาล เงินดังกล่าวย่อมตกเป็นของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.323

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เนื่องมาจาก ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ขอให้ศาลแพ่งออกคำบังคับเมื่อวันที่28 มกราคม 2523 ศาลแพ่งออกคำบังคับคดีเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์2523 ให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน จำเลยนำเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย ค่าฤชาธรรมเนียมจำนวน 46,011.75 บาท มาวางศาลเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2523 ต่อมาวันที่ 26 มีนาคม 2529 โจทก์แถลงขอรับเงินจำนวนดังกล่าว ศาลแพ่งยกคำแถลง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฎีกาว่าเงินค้างจ่ายตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323 บัญญัติไว้นั้นต้องเป็นเงินที่จำเลยนำมาวางศาลก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามมาตรา 135 ส่วนเงินที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจศาลชั้นต้นรับไว้ได้ หากศาลชั้นต้นรับไว้ก็เท่ากับรับไว้แทนโจทก์และจะต้องส่งมอบให้แก่โจทก์เท่านั้น จะนำมาตรา 323 มาใช้บังคับในกรณีนี้ไม่ได้ พิเคราะห์แล้วประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติครอบคลุมถึงเงินทั้งหมดที่มีผู้นำมาวางไว้ในคดีและค้างจ่ายอยู่ในศาล มิได้จำกัดอยู่แต่เพียงเงินที่จำเลยนำมาวางศาลก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามมาตรา 135 ดังที่โจทก์ฎีกา และการที่จำเลยนำเงินมาวางต่อศาลเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำบังคับ ศาลชั้นต้นที่ออกคำบังคับนั้นมีอำนาจที่จะรับเงินไว้ได้ เพราะเป็นศาลที่มีอำนาจออกหมายบังคับคดีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 302 เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวางต่อศาลเงินดังกล่าวจึงตกเป็นของแผ่นดิน ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4497/2531 นาย ชัย ชัยศรีสุขอำพร โจทก์ นางสาว สม พร รัถการโกวิท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ชัย ชัยศรีสุขอำพร · จำเลย - นางสาว สม พร รัถการโกวิท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6438/2547ฎีกา 7316/2553ฎีกา 179/2543ฎีกา 172/2530ฎีกา 986/2548ฎีกา 1702/2547ฎีกา 372/2567ฎีกา 6395/2555ฎีกา 2735/2528ฎีกา 4873/2546ฎีกา 1097-1098/2547ฎีกา 447/2546ฎีกา 3067/2550ฎีกา 612/2564ฎีกา 1716/2550ฎีกา 1026/2535ฎีกา 656/2508ฎีกา 14102/2556ฎีกา 3748/2565ฎีกา 881/2529ฎีกา 5323/2533ฎีกา 2873/2550ฎีกา 16134/2556ฎีกา 5398/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา