⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 138/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2547

ป.อาญา ม.56, 78 · ป.พ.พ. ม.334 · ป.วิ.อาญา ม.15

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยได้วางเงินต่อศาลเพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และศาลไม่ได้ดำเนินการแจ้งให้ผู้เสียหายมารับเงินดังกล่าว ย่อมเป็นสิทธิของจำเลยที่จะขอถอนเงินที่วางไว้คืนได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยให้การรับสารภาพและยื่นคำร้องขอวางเงินจำนวน 20,000 บาท ต่อศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลชั้นต้นแจ้งให้ผู้เสียหายมารับไปอันเป็นการบรรเทาความเสียหายบางส่วน แสดงว่าจำเลยวางเงินเพื่อจะชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายโดยมีเจตนาที่จะให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้แจ้งให้ผู้เสียหายมารับเงินที่จำเลยวางไว้ดังกล่าว และพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไปโดยไม่ได้วินิจฉัยถึงเหตุที่จำเลยพยายามบรรเทาความเสียหายด้วยการวางเงินต่อศาลเพื่อให้ผู้เสียหายรับไป แม้ต่อมาจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้รอการลงโทษจำคุกให้จำเลย โดยอ้างเหตุที่ได้วางเงินชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยและไม่ได้วินิจฉัยถึงเหตุที่จำเลยวางเงินต่อศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองไม่ดำเนินการแจ้งให้ผู้เสียหายมารับเงินที่วางศาลและไม่วินิจฉัยถึงเหตุที่จำเลยพยายามบรรเทาผลร้ายหรือความเสียหายด้วยการวางเงินชำระค่าเสียหายบางส่วนให้แก่ผู้เสียหายเพื่อใช้ดุลพินิจรอหรือไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลย และเมื่อคดีนี้ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว โดยไม่มีการดำเนินการตามคำร้องของจำเลย จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะขอถอนเงินที่วางต่อศาลชั้นต้นดังกล่าวคืนไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.323 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.334

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.323 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและรับอันตรายสาหัส ฯลฯ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ จำเลยยื่นคำร้องขอวางเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้ผู้เสียหายรับเงินไป ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์ แต่ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งให้ผู้เสียหายมารับเงินที่จำเลยวางศาล ต่อมาวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๔ จำเลยยื่นคำร้องขอคืนเงินจำนวนดังกล่าวที่นำมาวาง ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุที่จะสั่งคืนเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ที่จำเลยวางไว้ต่อศาลชั้นต้นก่อนมีคำพิพากษาให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและรับอันตรายสาหัส ฯลฯ การที่จำเลยให้การรับสารภาพและยื่นคำร้องขอวางเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลชั้นต้นแจ้งให้ผู้เสียหายมารับไปอันเป็นการบรรเทาความเสียหายบางส่วน แสดงว่าจำเลยวางเงินเพื่อจะชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายโดยมีเจตนาที่จะให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้แจ้งให้ผู้เสียหายมารับเงินที่จำเลยวางไว้ดังกล่าว และพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไปโดยไม่ได้วินิจฉัยถึงเหตุที่จำเลยพยายามบรรเทาความเสียหายด้วยการวางเงินต่อศาลเพื่อผู้เสียหายรับไป แม้ต่อมาจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ รอการลงโทษจำคุกให้จำเลย โดยอ้างเหตุที่ได้วางเงินชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย แต่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยและไม่ได้วินิจฉัยถึงเหตุที่จำเลยวางเงินต่อศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองไม่ดำเนินการแจ้งให้ผู้เสียหายมารับเงินที่วางศาลและไม่วินิจฉัยถึงเหตุที่จำเลยพยายามบรรเทาผลร้ายหรือความเสียหายด้วยการวางเงินชำระค่าเสียหายบางส่วนให้แก่ผู้เสียหายเพื่อใช้ดุลพินิจรอหรือไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลย และเมื่อคดีนี้ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ แล้ว โดยไม่มีการดำเนินการตามคำร้องของจำเลย จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะขอถอนเงินที่วางต่อศาลชั้นต้นดังกล่าวคืนไปได้ เมื่อจำเลยขอเงินที่วางศาลคืน ศาลล่างทั้งสองจะไม่คืนให้แก่จำเลย โดยแจ้งให้ผู้เสียหายมารับเงินก่อนั้น ย่อมเป็นการพ้นวิสัยที่จะให้เป็นไปตามเจตนาของจำเลยแล้ว และเป็นการไม่ชอบ พิพากษากลับ ให้คืนเงินที่จำเลยวางต่อศาลชั้นต้นจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2547 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายปรีชาหรือประสิทธิ์ วรรณวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นายปรีชาหรือประสิทธิ์ วรรณวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สิทธิชัย รุ่งตระกูล · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · อุดมศักดิ์ นิติมนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายสิงห์ชัย ฤชุตานันท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2137/2547ฎีกา 8099/2559ฎีกา 5246/2548ฎีกา 4/2508ฎีกา 1610/2539ฎีกา 2365/2563ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 20504/2556ฎีกา 4022/2558ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 1891/2500ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 917/2564ฎีกา 633/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา