⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7345/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7345/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินวางประกันค่าใช้จ่ายที่เหลือคืนจากศาล หากศาลมิได้แจ้งให้ผู้มีสิทธิทราบถึงสิทธิในการรับเงินดังกล่าว เงินนั้นจะไม่ตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะพ้นกำหนด 5 ปีแล้วก็ตาม หากผู้มีสิทธิเพิ่งทราบและยื่นคำขอรับคืนภายในกำหนดเวลา

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอรับเงินวางประกันค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืนจากศาลนั้น เป็นกรณีของการขอเงินค้างจ่ายคืนจากศาลซึ่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงจะต้องนำบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน สำหรับคดีนี้ปรากฏว่าศาลมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่ามีเงินวางประกันค่าใช้จ่ายคงเหลืออยู่ที่ศาลและโจทก์มีสิทธิรับเงินดังกล่าว เงินดังกล่าวจึงมิใช่เงินค้างจ่ายซึ่งจะตกเป็นของแผ่นดินตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น เมื่อโจทก์เพิ่งทราบว่ามีเงินคงเหลือและมีสิทธิรับเงินดังกล่าวแล้วโจทก์จึงได้ยื่นคำขอรับเงินดังกล่าวคืนจากศาล กรณีจึงยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลา 5 ปี โจทก์ย่อมมีสิทธิรับเงินดังกล่าวคืนได้ เงินดังกล่าวนั้นย่อมไม่ตกเป็นของแผ่นดิน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2549 และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2550 ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานศาลขอปิดคดีตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 133 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ปิดคดีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 7 มิถุนายน 2556 ว่า ศาลได้มีคำสั่งปิดคดีแล้ว โจทก์มีความประสงค์ขอรับเงินวางประกันค่าใช้จ่ายที่เหลือคืนจากศาล ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งให้ปิดคดีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 จึงพ้นระยะเวลา 5 ปี แล้ว เงินที่เหลือทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิขอรับคืนเงินวางประกันค่าใช้จ่ายหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอรับเงินวางประกันค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืนจากศาลนั้น เป็นกรณีของการขอเงินค้างจ่ายคืนจากศาลซึ่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงจะต้องนำบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน สำหรับคดีนี้ปรากฏว่าศาลมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่ามีเงินวางประกันค่าใช้จ่ายคงเหลืออยู่ที่ศาลและโจทก์มีสิทธิรับเงินดังกล่าว เงินดังกล่าวจึงมิใช่เงินค้างจ่ายซึ่งจะตกเป็นของแผ่นดินตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น เมื่อโจทก์เพิ่งทราบว่ามีเงินคงเหลือและมีสิทธิรับเงินดังกล่าวแล้วโจทก์จึงได้ยื่นคำขอรับเงินดังกล่าวคืนจากศาล กรณีจึงยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลา 5 ปี โจทก์ย่อมมีสิทธิรับเงินดังกล่าวคืนได้ เงินดังกล่าวนั้นย่อมไม่ตกเป็นของแผ่นดิน ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ศาลล้มละลายกลางจ่ายเงินวางประกันค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืนแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7345/2558 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวิกรม หวังศิริวัฒนา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายวิกรม หวังศิริวัฒนา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · ปิยกุล บุญเพิ่ม
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ