⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6525/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6525/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้มีประกันที่ฟ้องคดีล้มละลายต้องระบุในฟ้องถึงการสละหลักประกันหรือตีราคาหลักประกันหักกับหนี้ หากประสงค์จะแก้ไขคำฟ้องให้เป็นไปตามบทบัญญัติของเจ้าหนี้มีประกัน ต้องยื่นคำร้องก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันฟ้องคดีนี้ขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายโดยมิได้กล่าวในฟ้องถึงการสละหลักประกันหรือตีราคาหลักประกันหักกับจำนวนหนี้ของตน เป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 10 แม้ต่อมาโจทก์จะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องมาเป็นคำฟ้องแบบเจ้าหนี้มีประกัน โดยตีราคาที่ดินที่จำนองของจำเลยทั้งสองหักกับจำนวนหนี้แล้ว จำเลยทั้งสองยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทก็ตาม แต่การขอแก้ไขคำฟ้องคดีล้มละลายไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำ ป.วิ.พ. มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 คดีนี้จำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การจึงไม่มีการชี้สองสถาน การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องจากเจ้าหนี้ไม่มีประกันเป็นเจ้าหนี้มีประกันเป็นการขอแก้ไขในสาระสำคัญ โจทก์จะต้องยื่นคำร้องก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ปรากฏว่าคดีนี้ศาลล้มละลายกลางสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวเสร็จสิ้นในวันเดียวกันเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2551 โจทก์ขอผัดส่งเอกสารภายใน 30 วัน และนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 28 กรกฎาคม 2551 โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2551 จึงล่วงเลยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งปรากฏว่าในคดีแพ่งนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้องคดีล้มละลายเป็นเวลา 6 เดือนเศษ การที่โจทก์ไม่ได้กล่าวมาในฟ้องถึงฐานะการเป็นเจ้าหนี้มีประกัน หรือขอแก้ไขคำฟ้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเกิดจากความบกพร่องของโจทก์เอง จึงไม่มีเหตุอันสมควรและไม่อาจอ้างอำนาจฟ้องว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนมาเป็นเหตุขอแก้ไขคำฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ม.14 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่าเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดที่ดินอันเป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองได้จำนองเป็นประกันหนี้ไว้แก่โจทก์แล้ว โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้มีประกันผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองในทางจำนอง ซึ่งโจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลายได้ต่อเมื่อมิได้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้บังคับการชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองเกินกว่าตัวทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันและกล่าวในฟ้องว่า ถ้าจำเลยทั้งสองล้มละลายแล้ว จะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้อง ซึ่งเมื่อหักกับจำนวนหนี้ของตนแล้ว เงินยังขาดอยู่ สำหรับจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 10 ต่างจากการใช้สิทธิทั่วไปที่ฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายซึ่งกระทำได้เพียงเมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ลูกหนี้เป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทหรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท และหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9 การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันฟ้องคดีนี้ขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายโดยมิได้กล่าวในฟ้องถึงการสละหลักประกันหรือตีราคาหลักประกันหักกับจำนวนหนี้ของตน จึงเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 10 แม้ต่อมาโจทก์จะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องมาเป็นคำฟ้องแบบเจ้าหนี้มีประกันโดยขอตีราคาที่ดินที่จำนองของจำเลยทั้งสองและหักจากจำนวนหนี้แล้ว จำเลยทั้งสองยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทก็ตาม แต่ในการขอแก้ไขคำฟ้องนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะกรณีจึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายพ.ศ.2542 มาตรา 14 คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การจึงไม่มีการชี้สองสถานตามบทบัญญัติดังกล่าว และการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องจากเจ้าหนี้ไม่มีประกันเป็นเจ้าหนี้มีประกันเป็นการขอแก้ไขในสาระสำคัญ เพื่อให้คำฟ้องชอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 10 ทั้งการขอแก้ไขคำฟ้องในกรณีคดีไม่มีการชี้สองสถานนั้น โจทก์จะต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วันด้วย ปรากฏว่าคดีนี้ศาลล้มละลายกลางสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวเสร็จสิ้นในวันเดียวกันเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2551 โจทก์ขอผัดส่งเอกสารหมาย จ. 3 และ จ. 4 ภายใน 30 วัน และนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 28 กรกฎาคม 2551 โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2551 จึงล่วงเลยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งปรากฏว่าในคดีแพ่งนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้องคดีล้มละลายเป็นเวลา 6 เดือนเศษ การที่โจทก์ไม่ได้กล่าวมาในฟ้องถึงฐานะการเป็นเจ้าหนี้มีประกัน หรือขอแก้ไขคำฟ้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเกิดจากความบกพร่องของโจทก์เอง กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรที่โจทก์ไม่อาจยื่นคำร้องได้ภายในเวลา ที่กฎหมายกำหนด โจทก์จึงไม่อาจขอแก้ไขคำฟ้องรวมตลอดทั้งไม่อาจอ้างอำนาจฟ้องว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่โจทก์อาจขอแก้ไขคำฟ้องในเวลาใด ๆ ก็ได้ดังที่โจทก์อุทธรณ์ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นและไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นตามอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไป พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6525/2554 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ สิบตำรวจตรีธีรวุฒิ พาณิชหรือพานิช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - สิบตำรวจตรีธีรวุฒิ พาณิชหรือพานิช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พงษธา · รัตน กองแก้ว · ไพโรจน์ วายุภาพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลล้มละลายกลาง - นางอรทัศน์ อุดมโชค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำล.621/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3629/2537ฎีกา 988/2485ฎีกา 6304/2540ฎีกา 5399/2550ฎีกา 839/2545ฎีกา 685/2550ฎีกา 3581/2538ฎีกา 2905/2552ฎีกา 2046/2531ฎีกา 551/2550ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2653/2541ฎีกา 6605/2539ฎีกา 1620/2557ฎีกา 1016/2485ฎีกา 4339/2534ฎีกา 1058/2535ฎีกา 5111/2543ฎีกา 534/2496ฎีกา 534/2504ฎีกา 2444/2542ฎีกา 4795/2528ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1485/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา